posttoday
การวางแผนการเงินสำหรับนักศึกษา

การวางแผนการเงินสำหรับนักศึกษา

03 เมษายน 2557

ช่วงนี้เรามักจะเห็นข่าวความกังวลของภาครัฐและนักวิชาการต่างๆ เกี่ยวกับผลกระทบของปัญหาการเมืองต่อเศรษฐกิจไทยว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้เติบโตในอัตราที่ต่ำมากถึงติดลบได้ ถ้าสถานการณ์การเมืองยังยืดเยื้อต่อไป ผลกระทบทางเศรษฐกิจนี้ย่อมกระทบทุกคน โดยเฉพาะนักศึกษาผู้ที่กำลังจบอาจมีปัญหาในการหางานทำ ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเศรษฐกิจกระทบคุณภาพชีวิตมากนัก นักศึกษาผู้ที่กำลังจบการศึกษาจึงควรต้องเริ่มที่จะวางแผนการเงินของตนเองอย่างจริงจัง

ช่วงนี้เรามักจะเห็นข่าวความกังวลของภาครัฐและนักวิชาการต่างๆ เกี่ยวกับผลกระทบของปัญหาการเมืองต่อเศรษฐกิจไทยว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้เติบโตในอัตราที่ต่ำมากถึงติดลบได้ ถ้าสถานการณ์การเมืองยังยืดเยื้อต่อไป ผลกระทบทางเศรษฐกิจนี้ย่อมกระทบทุกคน โดยเฉพาะนักศึกษาผู้ที่กำลังจบอาจมีปัญหาในการหางานทำ ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเศรษฐกิจกระทบคุณภาพชีวิตมากนัก นักศึกษาผู้ที่กำลังจบการศึกษาจึงควรต้องเริ่มที่จะวางแผนการเงินของตนเองอย่างจริงจัง

ถ้ากล่าวถึงนักศึกษาหลายคนอาจคิดว่า ทำไมต้องวางแผนการเงินด้วย ในเมื่อวัยนี้ส่วนใหญ่ยังไม่มีรายได้เลย แล้วจะวางแผนอะไร แต่จริงๆ แล้วพวกนักศึกษาเป็นอีกกลุ่มที่ต้องศึกษาเรื่องการวางแผนการเงิน ไม่ว่าคนที่ส่งเสียตนเองเรียนหนังสือ หรือแม้แต่คนที่พ่อแม่สนับสนุนเรื่องการเรียน เพราะปัจจุบันพ่อแม่โดยส่วนใหญ่ก็จะพยายามสอนลูกให้รู้จักการบริหารเงิน โดยให้เงินลูกเป็นเงินเดือน เมื่อลูกต้องบริหารการใช้จ่ายเอง ดังนั้น การวางแผนการเงินจึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญ

กลุ่มนักศึกษาจัดเป็นคนในกลุ่ม Gen Y (อายุ 1630 ปี) เป็นกลุ่มที่มีพลังในตัวเองมาก สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และพร้อมพัฒนาตนเองอยู่เสมอ กล้าแสดงออก สามารถทำงานหลายๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน มีความคิดสร้างสรรค์ เชื่อมั่นในตนเองสูง รับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดี

กลุ่ม Gen Y มีรสนิยมชอบดูแลตนเองสูง ชอบแต่งตัว เหตุผลในการซื้อสินค้าของคน Gen Y ส่วนใหญ่ใช้เหตุผลลูกผสม คือ ใช้เหตุผลผสมกับอารมณ์ที่ตั้งอยู่บนฐานข้อมูล พวกเขาจะหาข้อมูลอย่างถี่ถ้วนก่อนจะตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการแต่ละชิ้น

จากพฤติกรรมของกลุ่ม Gen Y สะท้อนมาสู่พฤติกรรมทางการเงิน ผลสำรวจพฤติกรรมทางการเงินของกลุ่ม Gen Y จากรายงานวิจัยของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ โดยการสนับสนุนของธนาคารกรุงศรีอยุธยา เรื่อง “คน เจน เอ็กซ์ (Gen X) และ เจน วาย (Gen Y) กับการเก็บออมเงินและการลงทุน” เมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา มีดังนี้ครับ

กลุ่ม Gen Y ส่วนใหญ่นิยมออมเงินในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยที่นิยมมากสุด คือ ฝากเงินกับธนาคาร รองลงมา คือ ประกันชีวิต และสลากออมสิน ตามลำดับ

กลุ่ม Gen Y ในสัดส่วนปานกลางออมในสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เพชร ทองคำ ฯลฯ) คือ ประมาณ 10-13%

กลุ่ม Gen Y มีเพียงส่วนน้อยที่ลงทุนในสินทรัพย์เพื่อการลงทุน (ลงทุนในกองทุนประมาณ 6% และลงทุนในหุ้นประมาณ 0.3%)

จากพฤติกรรมดังกล่าว การวางแผนการเงินที่เหมาะสมสำหรับนักศึกษา มีดังนี้

ด้านการบริหารรายรับรายจ่าย

ควรระมัดระวังในการใช้จ่าย โดยเฉพาะในทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น สังหาริมทรัพย์ต่างๆ วิธีการบริหารรายจ่ายที่เหมาะสม คือ เริ่มด้วยการทำบัญชีรายรับรายจ่าย เพื่อจะเป็นสัญญาณในการเตือนตนเองว่าใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเกินไปหรือไม่

๐ ควรหลีกหนีจากการก่อหนี้ที่ไม่จำเป็น เนื่องจากรายได้ที่จำกัด ทำให้รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย ดังนั้น หากไม่มีการควบคุมรายจ่ายที่ดี จะทำให้เป็นปัญหาหนี้ได้ง่าย และปัญหาหนี้ที่พบส่วนใหญ่ในกลุ่มนักศึกษา คือ ปัญหาหนี้บัตรเครดิตจากผลสำรวจของศูนย์วิจัยเอแบค มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เมื่อปี 2556 เรื่อง “พฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตของคนเมือง” ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบว่า กลุ่ม Gen Y เป็นกลุ่มที่ใช้บัตรเครดิตสูงกว่ากลุ่มอื่นๆ โดยคิดเป็น 46.7% ซึ่งหนี้บัตรเครดิตเป็นหนี้ที่คิดดอกเบี้ยสูงมากถึง 20% ต่อปี

ควรหลีกหนีจากอบายมุข โดยเฉพาะการพนัน เช่น พนันบอล ฯลฯ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งของนักศึกษาในปัจจุบัน

ด้านการบริหารทรัพย์สิน

เนื่องจากยังเป็นผู้ที่ไม่มีภาระ และระยะเวลาการลงทุนนาน ความสามารถในการรับความเสี่ยง จึงควรลงทุนส่วนใหญ่ในหลักทรัพย์ที่ให้โอกาสของผลตอบแทนสูง และป้องกันผลกระทบของเงินเฟ้อได้ดี เช่น หุ้น ฯลฯ (ปัจจุบันลงทุนเพียง 68% ของเงินออมทั้งหมด)

๐ ควรลดการลงทุนสินทรัพย์สภาพคล่อง เช่น เงินฝากและพันธบัตร เหลือให้เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย 36 เดือน (ปัจจุบันมีสินทรัพย์สภาพคล่องสูงถึง 7580% ของเงินออมทั้งหมด) เงินออมส่วนที่เหลือนำมาลงทุนเพื่อให้เงินออมมีโอกาสเติบโตมากขึ้นต่อไป

เนื่องจากเป็นผู้ที่เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ ได้เร็ว จึงควรศึกษาหาความรู้ด้านการลงทุน เพื่อเป็นการสร้างรากฐานการลงทุนที่ถูกต้อง

โดยตัวของนักศึกษาเองก็เป็นทรัพย์สินที่สำคัญ จึงควรพัฒนาความรู้และค้นหาศักยภาพที่แท้จริงของเรา เพื่อการทำอาชีพที่เหมาะสมต่อไปในอนาคต และควรหมั่นดูแลสุขภาพเพื่อรักษาทรัพย์สินที่มีค่านี้ให้คงอยู่นานๆ

ด้านการบริหารความเสี่ยง

เนื่องจากพฤติกรรมของคนวัยนี้มักจะคะนอง กล้าได้กล้าเสีย การทำประกันอุบัติเหตุ หรือประกันชีวิตแบบคุ้มครองตลอดชีพ น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าการทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เพราะให้ความคุ้มครองมากกว่าและเบี้ยประกันต่ำกว่า ทำให้มีเงินเหลือสำหรับการลงทุนเพื่ออนาคตได้มากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท