
กลต.ทำดัชนีวัดต้านคอร์รัปชั่น
เพิ่มคุณภาพบจ.ให้พัฒนาอย่างยั่งยืนโอด20ปีลงโทษคนทำผิดตลาดทุนได้แค่7%
เพิ่มคุณภาพบจ.ให้พัฒนาอย่างยั่งยืนโอด20ปีลงโทษคนทำผิดตลาดทุนได้แค่7%
ก.ล.ต.แนะ บจ.โตยั่งยืน คลอดดัชนีชี้วัดความคืบหน้าต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น
นายชาลี จันทนยิ่งยง รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า แนวทางการพัฒนาบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ให้มีความยั่งยืนควรดำเนินการใน 3 ด้าน เพื่อผลลัพธ์ในระยะยาว คือ การมีธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อสังคมและการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น
รองเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า แผนงานของ ก.ล.ต. ในปี 2557 เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนแนวทางการพัฒนา บจ.ให้มีความยั่งยืน โดยไตรมาส 23 นี้ จะร่วมกับสถาบันไทยพัฒน์ จัดตั้งดัชนีชี้วัดความคืบหน้าต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นของบริษัทจดทะเบียน (AntiCorruption Progress Indicator) และดัชนีชี้วัดความคืบหน้าด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR Progress Indicator) เพื่อทำการตรวจสอบและชี้วัด บจ. ซึ่งทั้งสองดัชนีจะแบ่งระดับการชี้วัดเป็น 5 ระดับ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ บจ.มีการดำเนินธุรกิจให้โปร่งใสและเป็นแบบอย่างให้ บจ.รายอื่นๆ ปฏิบัติตาม รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อสังคมและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายด้วย
นอกจากนี้ ในช่วงเดือน ก.ค.ส.ค. 2557 ก.ล.ต.จะจัดทำศูนย์กลางข้อมูล บจ. (Company Profile) โดยรวบรวมข้อมูลจากแบบรายงานข้อมูล 561 ซึ่งจะเริ่มให้ บจ.รายงานข้อมูลในเรื่องดังกล่าวเป็นครั้งแรกในปีนี้ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลกลางของผู้ที่สนใจและในปีนี้จะร่วมกับบริษัท ไพรซ์วอเทอร์เฮาส์คูเปอส์ เพื่อสำรวจปัญหาธรรมาภิบาลของธุรกิจครอบครัวและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมรวมถึงสำรวจความต้องการของนักลงทุน และประเด็นที่สนใจของของธุรกิจครอบครัวและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
พร้อมทั้งประสานงานไปยังภาคเอกชนเพื่อรณรงค์สร้างเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นและแนวร่วมการต่อต้านคอร์รัปชั่น (CAC) ซึ่งปัจจุบันมี บจ.ที่ได้รับการรับรองเพียง 9 บริษัท และมี บจ.ในตลาดหลักทรัพย์ ประกาศร่วมเจตนารมณ์เพียง 134 แห่ง จากจำนวน บจ.ทั้งสิ้น 586 แห่ง โดยมีความคาดหวังว่าใน 5 ปีข้างหน้าจะมี บจ. ที่ได้รับการรับรองมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% อีกทั้งผลักดันให้บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เพราะเป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. โดยตรงซึ่งปัจจุบันมี บล.และ บลจ.ร่วมประกาศเจตนารมณ์แล้วทั้งสิ้น 40 บริษัท จากทั้งหมด 63 บริษัท
ทั้งนี้ สำนักงาน ก.ล.ต. ยังไม่มีความจำเป็นในการออกประกาศเกณฑ์เพื่อบังคับให้บริษัทจดทะเบียนต้องปฏิบัติตามแนวทางทั้งการพัฒนาอย่างยั่งยืน เนื่องจากอำนาจหลักของ ก.ล.ต. ควบคุมดูแลให้ บจ. มีการเปิดเผยข้อมูลให้โปร่งใส และหากมีการประกาศเป็นเกณฑ์บังคับใช้อาจจะยังอาศัยช่องว่างให้กระทำผิดได้
รองเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ผลการรวบรวมข้อมูลกระบวนการบังคับคดีนำผู้กระทำความผิดด้านตลาดทุนไทยในช่วง 20 ปีย้อนหลังของ ก.ล.ต. พบว่ามีอัตราการประสบความสำเร็จในการนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษเพียง 7% จากจำนวนคดีทั้งสิ้น 382 คดี
ทั้งนี้ สมาคมผู้ลงทุนสถาบันในเอเชีย (ACGA) นำไปใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง ระบุว่า ระบบกระบวนยุติธรรมตรวจสอบเอาผู้กระทำความมาลงโทษของประเทศไทยมีปัญหา ไม่มีประสิทธิภาพและมีการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยสะท้อนได้จากดัชนีวัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น (CPI) ในปี 2556 ที่ปรับลดลงมาอยู่ที่อันดับ 102 จากปี 2555 ที่มีอันดับ 88 โดยการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้จะต้องได้รับการร่วมมือกับทางการและทุกฝ่ายในระบบที่เกี่ยวข้อง
ปัจจุบันวงการตลาดทุนและธุรกิจตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการต่อต้านคอร์รัปชั่นและการกระทำความผิดมาก เพราะปัจจัยคอร์รัปชั่นขยายวงกว้างและมีจำนวนมากขึ้น จนส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงาน รวมถึงความสามารถในการแข่งขันและการทำกำไรของธุรกิจ และนำไปสู่การลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดทุนไทย







