posttoday
ททบ.ย้ำ 3 ปีโครงข่ายครอบคลุม

ททบ.ย้ำ 3 ปีโครงข่ายครอบคลุม

03 เมษายน 2557

หลังจากสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ทดลองระบบการออกอากาศโครงข่าย ททบ. ไปแล้วเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ยอมรับว่ายังมีข้อบกพร่อง เพราะการส่งสัญญาณมาจากหลายช่องทาง ขณะที่เครื่องรับสัญญาณเองก็มีถึง 2 ช่องทาง คือ ภาคพื้นดิน และดาวเทียม ซึ่งจากปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้ต้องแก้ไขข้อบกพร่องกันต่อไป

หลังจากสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ทดลองระบบการออกอากาศโครงข่าย ททบ. ไปแล้วเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ยอมรับว่ายังมีข้อบกพร่อง เพราะการส่งสัญญาณมาจากหลายช่องทาง ขณะที่เครื่องรับสัญญาณเองก็มีถึง 2 ช่องทาง คือ ภาคพื้นดิน และดาวเทียม ซึ่งจากปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้ต้องแก้ไขข้อบกพร่องกันต่อไป

บุญญฤทธิ์ วิสมล ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและแผน สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 กล่าวว่า ตามกรอบที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ผู้ให้บริการโครงข่ายแต่ละรายจะต้องให้บริการครอบคลุมครัวเรือนไทยไม่ต่ำกว่า 50% แต่ในส่วนของ ททบ. ตั้งใจว่าจะทำให้ครอบคลุมถึง 67% ภายในปี 2557 ซึ่งจะส่งผลให้ครอบคลุมจังหวัดใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพฯ และปริมณฑล เชียงใหม่ นครราชสีมา สงขลา สุราษฎร์ธานี และสิงห์บุรี

ขณะที่แผนการดำเนินงานในปี 2558 จะขยายโครงข่ายติดตั้งสถานี High Power อีก 19 แห่ง และสถานี Low Power (สถานีหลัก) ในพื้นที่ต่างๆ เพิ่มเติมอีก 60 แห่ง เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ 90% มากกว่ากรอบที่ กสทช.กำหนดไว้ว่าผู้ให้บริการต้องส่งสัญญาณครอบคลุมพื้นที่ 80% นอกจากนี้ ในปี 2559 จะดำเนินการติดตั้งสถานี Low Power (สถานีย่อย) เพิ่มอีก 46 แห่ง เพื่อให้สัญญาณครอบคลุมพื้นที่ 97% ซึ่งมากกว่ากรอบที่ กสทช.กำหนดไว้ที่ 95%

สำหรับงบประมาณลงทุนโครงข่ายในช่วง 2 ปีแรกนั้น ทางกองทัพได้เตรียมงบไว้ประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของปีแรกคาดว่าจะใช้งบลงทุนอยู่ที่ประมาณ 1,416 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 584 ล้านบาท จะเป็นการลงทุนในปีที่ 2

“หลังจากเราได้เริ่มทดลองโครงข่าย เราก็มีแผนที่จะแยกแบรนด์ของสถานีโทรทัศน์และโครงข่ายออกจากกัน เพื่อความชัดเจนในด้านของการดำเนินธุรกิจ โดยในส่วนของสถานีโทรทัศน์ทางกองทัพมีแผนจะใช้แบรนด์ของ ททบ.5 ขณะที่แบรนด์ของโครงข่ายอาจใช้แบรนด์ ททบ. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือยังไม่ตกผลึก” บุญญฤทธิ์ กล่าว

นอกจากนี้ ภายในเดือน เม.ย.นี้ ทางกองทัพยังมีแผนที่จะจัดทำกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล เน้นให้บริการในหน่วยงานราชการ ด้วยการตั้งราคาขายใกล้เคียงกับต้นทุนการผลิต เพื่อให้เป็นสวัสดิการข้าราชการในกองทัพและหน่วยงานราชการอื่นๆ เบื้องต้นคาดว่าจะมียอดการผลิตกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลอยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นกล่อง

“ตอนนี้ยังมีผู้ประกอบการบางรายที่ยังไม่พร้อมทดลองออกอากาศ เพราะขณะนี้ยังไม่สามารถหารายได้จากการโฆษณาได้ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งยังไม่มีความพร้อมด้านคอนเทนต์ จึงทำให้การเก็บค่าให้บริการโครงข่ายได้น่าจะเริ่มดำเนินการได้ช่วงเดือน มิ.ย. หลังจากนั้นอีกประมาณ 4 ปี น่าจะเก็บค่าให้บริการโครงข่ายได้เต็มที่เฉลี่ยเดือนละที่ประมาณ 14 ล้านบาท” บุญญฤทธิ์ กล่าว

ปัจจุบันโครงข่าย ททบ. ทั้งสองโครงข่าย มีผู้ประกอบการขอเข้าใช้บริการรวม 14 ช่อง ประกอบด้วย ช่อง 5 ของ ททบ.5 ช่อง NBT และช่อง NOW ของกลุ่มเนชั่น ช่อง one และช่อง G25 ของแกรมมี่ ช่อง TNN 24 และช่อง TRUE4U ของกลุ่มทรู ช่อง ATV by AMARIN ของอมรินทร์ เทเลวิชั่น ช่อง BBTV CH7 ของช่อง 7 สี ช่อง PPTV HD ของกลุ่มปราสาททองโอสถ ช่อง Workpoint TV ของเวิร์คพอยท์ ช่อง MONO ของโมโน บรอดคาซท์ ช่อง Bright TVของ 3 เอ มาร์เก็ตติ้ง และช่อง NEW TV ของดีเอ็น บรอดคาสท์ หรือเดลินิวส์ทีวี

หลังจากทยอยทดลองออกอากาศ ใครจะประสบความสำเร็จครองใจผู้ชม คงต้องรอวัดกันที่คอนเทนต์

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69