
ไทยดาวร่วงการลงทุนปีนี้
ญี่ปุ่นเซ็งลงทุนค้างเติ่งไร้บอร์ดบีโอไอให้เวลา6เดือนก่อนชักแถวหนีไปประเทศอื่น
ญี่ปุ่นเซ็งลงทุนค้างเติ่งไร้บอร์ดบีโอไอให้เวลา6เดือนก่อนชักแถวหนีไปประเทศอื่น
“ทิสโก้” มองไทยเป็นดาวร่วงการลงทุนปีนี้ ด้านญี่ปุ่นให้เวลาอีก 6 เดือน ก่อนย้ายฐาน ถ้ายังไร้บอร์ดบีโอไอ
นายพิชา รัตนธรรม หัวหน้าสายธุรกิจธนบดี ทิสโก้ เวลธ์ กล่าวในการเสวนา ถึงเวลาลงทุนต่างประเทศ “เอเชียเหนือญี่ปุ่น” โอกาสที่มาพร้อมพลวัตเศรษฐกิจโลกว่า ประเทศไทยได้กลายเป็นดาวร่วงแห่งการลงทุนในปีนี้ เพราะตลาดภายในประเทศไม่สามารถตอบโจทย์การสร้างความมั่งคั่งได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากปัจจัยกดดันจากสถานการณ์ทางการเมือง
สำหรับดาวรุ่งดวงใหม่แห่งการลงทุนปีนี้ คือ ญี่ปุ่น และ 4 ประเทศในเอเชียเหนือ ประกอบด้วย จีน ไต้หวัน และเกาหลีใต้ โดยเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในเอเชียเหนือ และบริษัทจดทะเบียนที่ราคาถูก จะทำให้ตลาดหุ้นและการลงทุนในภูมิภาคเอเชียเหนือดึงดูดเงินลงทุนที่จะไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ได้จำนวนมาก
นายกำพล อดิเรกสมบัติ หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ ทิสโก้ เปิดเผยว่า นอกจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อเศรษฐกิจไทย โดยการลงทุนภาคเอกชนเติบโตไม่มากแล้ว ไทยยังมีปัญหาสุญญากาศในการตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) อีกด้วย หลังบอร์ดชุดเดิมหมดวาระ และไม่มีการตั้งบอร์ดใหม่มานาน 6 เดือนแล้ว เพราะรัฐบาลรักษาการไม่มีอำนาจจัดตั้ง
“การไม่มีบอร์ดบีโอไออาจทำให้โครงการลงทุนภาคเอกชนขนาดใหญ่ที่ต้องขออนุมัติผ่านบอร์ดบีโอไออาจต้องชะงัก” นายกำพล กล่าว
นายสุจริต คูณธนกุลวงศ์ นายกสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทยญี่ปุ่น) กล่าวว่า จากการสอบถามนักลงทุนญี่ปุ่น พบว่านักลงทุนยังรอความชัดเจนเกี่ยวกับบอร์ดบีโอไอที่หมดวาระ และไม่มีการแต่งตั้งใหม่มานาน 6 เดือนแล้ว โดยนักลงทุนญี่ปุ่นจะให้เวลาอีก 6 เดือน ถ้ายังไม่สามารถตั้งบอร์ดบีโอไอขึ้นมาพิจารณาอนุมัติโครงการได้ นักลงทุนเหล่านี้คงตัดสินใจโยกเงินที่เตรียมไว้ไปลงทุนประเทศอื่นที่มีความพร้อมมากกว่า
“ไทยและอินโดนีเซียคือเป้าหมายสำคัญที่ภาคธุรกิจญี่ปุ่นจะขยายการลงทุนตั้งฐานการผลิต แต่หลายโครงการที่ยื่นขอบีโอไอยังไม่ได้รับอนุมัติ เพราะไม่มีบอร์ดมานาน 6 เดือนแล้ว” นายสุจริต กล่าว







