
เลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินโรงแรม-ค้าปลีกมีแววฟื้น
คอลลิเออร์สเผยเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินดันโรงแรม-ค้าปลีกฟื้นตัว
คอลลิเออร์สเผยเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินดันโรงแรม-ค้าปลีกฟื้นตัว
นายสุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากภาครัฐประกาศยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน คาดว่าตลาดค้าปลีก และโรงแรมจะปรับตัวดีขึ้น รวมถึง การคืนพื้นที่การชุมนุมบริเวณใจกลางเมือง ทำให้ศูนย์การค้าต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบในช่วงที่ผ่านมาล้วนออกมาตรการ และจัดกิจกรรมทางการตลาดทันทีเพื่อเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อให้กลับมาคึกคักเหมือนเดิม
ขณะที่ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2557 ตลาดคอมมูนิตี้มอลล์ และศูนย์การค้าขนาดเล็กที่เปิดใหม่ มีด้วยกัน 2 โครงการ พื้นที่รวมกันประมาณ 6,500 ตร.ม. ส่วนอีกหลายโครงการที่เลื่อนการเปิดให้บริการจากไตรมาสที่ 1 ออกไปในไตรมาสที่ 2
ทั้งนี้ เนื่องจากผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง และปัญหาการก่อสร้างล่าช้า ทำให้ตลาดพื้นที่ค้าปลีกเป็นอีกหนึ่งตลาดที่ได้รับผลกระทบในช่วงที่มีการชุมนุมประท้วงโดยเฉพาะโครงการที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการชุมนุม
น.ส.ณุกานต์ สุวัตธิกุล ผู้อำนวยการ ฝ่ายตัวแทนด้านอสังหาริมทรัพย์ คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดโรงแรมในกรุงเทพฯ เริ่มกลับมาคึกคักมากขึ้น มีการทำประชาสัมพันธ์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาในพื้นที่
ทั้งนี้ ในช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาจนถึงเดือนก.พ.ปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่รัฐบาลประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉินในช่วงปลายเดือนม.ค. 2557 มีการคาดการณ์ว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติหายไปอย่างน้อย 3.5 แสนคน ทำให้ประเทศขาดรายได้ไปมากกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท
ขณะที่มีผู้ประกอบการวงการท่องเที่ยวบางส่วน ประเมินว่าอาจจะหายไปมากกว่า 1 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นรายได้ที่จะเข้าประเทศไทยมากกว่า 3.5 แสนล้านบาท โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวเอเซียที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักในย่านราชประสงค์ และปทุมวัน ซึ่งในช่วงที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ในบริเวณนี้ ส่งผลให้อัตราการเข้าพักในบริเวณนี้ลดเหลือ 20% – 30% เท่านั้น แต่หลังจากที่มีการคืนพื้นที่ชุมนุม ผู้ประกอบการโรงแรมในบริเวณนี้ประมาณการณ์ว่ายอดอัตราการเข้าพักจะเพิ่มสูงขึ้นภายในระยะเวลาประมาณ 2 – 3 สัปดาห์
สำหรับตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยในเดือนม.ค. และก.พ. 2557 มีจำนวน 4,494,168 คน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2556 ประมาณ 191,536 คน อาจจะลดลงไม่มากนัก แต่มีนักท่องเที่ยวบางชาติที่ขยายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะนักท่องท่องเที่ยวจากทวีปยุโรปที่มีการขยายตัวมากที่สุดคือประมาณ 9% โดยเฉพาะชาวรัสเซียที่เพิ่มขึ้นถึง 23%
ตัวเลขดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่ายังคงมีนักท่องเที่ยวที่มั่นใจในสถานการณ์ของประเทศไทย แม้ว่าจะมีประเทศต่างๆ รวมแล้วประมาณ 48 ประเทศได้แนะนำ หรือว่าแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวเรื่องสถานการณ์ในประเทศไทย
นอกจากนี้ เหตุการณ์ทางการเมืองในกรุงเทพมหานครส่งผลให้นักท่องเที่ยวบางกลุ่มเลือกที่จะไปยังจังหวัดอื่นๆ เช่น ภูเก็ต หรือสมุย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ภูเก็ต ที่อัตราการเข้าพักของโรงแรมที่นั่นสูงมากถึง 80% และจังหวัดอื่นๆ ที่มีความเสี่ยงในเรื่องการชุมนุมน้อยกว่า
ในเบื้องต้นมีการคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 27 ล้านคน ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยหลายฝ่ายมั่นใจว่าถ้าทุกอย่างสามารถคลี่คลายได้เร็วจะทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยมากถึง 30 ล้านคน.







