
ค้าเสรีหนุนSMEมะกันบูม
ขจัดกำแพงภาษีลดขั้นตอนยุ่งยากแนะเลือกเจาะตลาดเลี่ยงกฎยุบยับ
ขจัดกำแพงภาษีลดขั้นตอนยุ่งยากแนะเลือกเจาะตลาดเลี่ยงกฎยุบยับ
กูรูชี้เอฟทีเอสหรัฐอียู/เขตค้าเสรี “ทีพีพี” หนุนเอสเอ็มอีมะกันโตแรง ลดอุปสรรคด้านภาษีขั้นตอนยุ่งยาก
แซม เกรฟส์ ประธานคณะกรรมการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็กแห่งรัฐสภาสหรัฐ แสดงความเชื่อมั่นว่า การเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) และการเจรจาข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนทางการค้าและการลงทุนแห่งทรานส์แอตแลนติก (ทีทีไอพี) หรือเขตการค้าเสรีสหรัฐสหภาพยุโรป (อียู) จะเป็นประโยชน์กับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ของสหรัฐโดยตรง โดยเฉพาะภาคส่งออก
ทั้งนี้ ในปัจจุบันการส่งออกของบริษัทสัญชาติอเมริกันทั้งขนาดเล็กและใหญ่ คิดเป็นสัดส่วนเพียง 1% เท่านั้น แม้ว่าการเจาะตลาดในต่างประเทศ เป็นโอกาสอันดีสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการขยายธุรกิจและเพิ่มสัดส่วนผลกำไรก็ตาม
กระนั้น ธุรกิจส่วนใหญ่ในสหรัฐยังคงประสบปัญหาและอุปสรรคในด้านต่างๆ ทั้งอัตราภาษีศุลกากรและการค้าที่ค่อนข้างสูง ภาระด้านเอกสาร และความล่าช้าในกระบวนการทางศุลกากร ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจในตลาดต่างประเทศสำหรับธุรกิจขนาดเล็กในสหรัฐเป็นไปอย่างยากลำบาก
เกรฟส์ คาดการณ์ว่า ข้อตกลงทางการค้าทั้งสองฉบับจะช่วยกำจัดอุปสรรคเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยกระตุ้นยอดขายของบริษัทได้แล้ว ยังกระตุ้นการจ้างงานและขับเคลื่อนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจประเทศอีกด้วย
“ข้อตกลงการค้าทั้งสองฉบับมีความสำคัญต่อสหรัฐอย่างมาก เพราะจะเปิดโอกาสแก่เอสเอ็มอีในประเทศสู่ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพการขยายตัวสูง ซึ่งจะนำไปสู่การจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ” เกรฟส์ ระบุ
ประธานคณะกรรมการเอสเอ็มอี ยกตัวอย่างกรณีของข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟต้า) ระหว่างสหรัฐ แคนาดา และเม็กซิโก ซึ่งขจัดกำแพงภาษีสินค้าที่ผลิตในสหรัฐอย่างน้อย 51% ทำให้สินค้าสหรัฐมีราคาถูกลงสำหรับลูกค้าในแคนาดาและเม็กซิโก จึงกระตุ้นให้บริษัทผู้ผลิตเมืองลุงแซมสามารถแข่งขันกับบริษัทคู่แข่งที่ได้เปรียบด้านต้นทุนแรงงานที่ต่ำได้เป็นอย่างดี เห็นได้จากสัดส่วนการส่งออกสินค้าของเอสเอ็มอีในปี 2011 ถึง 3 ใน 4 เป็นการส่งออกไปยังแคนาดาและเม็กซิโกทั้งสิ้น
กระนั้นก็ตาม ปราแกช เซธี อาจารย์ด้านการจัดการและธุรกิจระหว่างประเทศในนิวยอร์ก ออกโรงเตือนว่า บริษัทเมืองลุงแซมโดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี ควรเลือกพิจารณาในการเลือกตลาดระหว่างประเทศอย่างระมัดระวัง เนื่องจากรัฐบาลในบางประเทศมีการดำเนินมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่เกี่ยวกับภาษีอากร เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาแข่งขันกันอย่างมากทั้งที่มีและไม่มีผลิตในประเทศ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคใหญ่สำหรับธุรกิจเมืองลุงแซมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้







