
สินค้าเกษตรทรุดฉุดกำลังซื้อร่วงหนัก
ในปีนี้จะเป็นปีที่เกษตรกรในแทบทุกสาขาอาจได้รับความเดือดร้อนหนัก หลังมีปัจจัยบ่งชี้อย่างชัดเจนว่าสินค้าเกษตรหลักๆ จะลดลงทั้งแง่ราคาและปริมาณ
ในปีนี้จะเป็นปีที่เกษตรกรในแทบทุกสาขาอาจได้รับความเดือดร้อนหนัก หลังมีปัจจัยบ่งชี้อย่างชัดเจนว่าสินค้าเกษตรหลักๆ จะลดลงทั้งแง่ราคาและปริมาณ
“เท่าที่ไล่ดูทั้งหมด โอกาสที่ราคาสินค้าเกษตรจะเพิ่มขึ้นแทบไม่มี โดยเฉพาะข้าวที่รัฐบาลมีสต๊อกจำนวนมาก และผู้ซื้อจะใช้เป็นข้ออ้างกดราคาข้าวเปลือก ส่วนรัฐบาลเองก็ไม่มีมาตรการช่วยเหลือ” ยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประเมิน
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) พยากรณ์ว่า ในช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย. 2557 คาดว่าจะมีสินค้าเกษตรเกือบ 10 ชนิด จะต้องเผชิญปัญหาราคาตกต่ำ คือ ข้าวนาปรัง ยางพารา สับปะรดโรงงาน ปาล์มน้ำมัน ทุเรียน มังคุดเงาะ ลิ้นจี่ และปาล์มน้ำมัน
“นอกจากข้าวนาปรัง สินค้าที่น่าเป็นห่วงอีกตัวหนึ่ง คือ ยางพารา ซึ่งจะมีผลผลิตออกมามากช่วงเดือน ก.ค.ถึงปลายปี ในขณะที่รัฐบาลยังเก็บสต๊อกว่า 2 แสนตัน ซึ่งทำให้โอกาสที่ราคายางจะเพิ่มขึ้นมีไม่มากนัก” ชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าว
สอดคล้องกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ส่งสัญญาณให้ติดตามราคาสินค้าเกษตร 5 ชนิดอย่างใกล้ชิด คือ ข้าวนาปรัง ปาล์มน้ำมัน สับปะรดโรงงาน ลิ้นจี่ และลำไย เพราะหากราคาสินค้าเกษตรเหล่านี้ตกต่ำ ก็จะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรจำนวนมาก
ขณะที่การวิเคราะห์ของเอกชนได้ให้ภาพที่ชัดเจนมากขึ้น เมื่อศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (อีไอซี) ระบุว่า ปี 2557 มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเกิดปรากฏการณ์เอลนินโญในไทย เช่นเดียวกับปี 2548 ที่มีพื้นที่ประสบภัยแล้ง 14 ล้านไร่ จากปีปกติที่พื้นที่ประสบภัยแล้งอยู่ที่ 5 แสน2 ล้านไร่
“หากเกิดปีนี้เกิดปรากฏการณ์เอลนินโญจริง จะส่งผลให้ไทยเจอภาวะภัยแล้งในช่วงหน้าฝน และทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรสำคัญๆ ลดลง อาทิ ข้าวโพดและยางพารา โดยปริมาณผลผลิตอ้อยและมันสำปะหลังที่ลดลง จะส่งผลให้รายได้จากการส่งออกสินค้าเกษตรลดลง แต่ราคาสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้นจะชดเชยให้รายได้เกษตรกรในภาพรวมลดลงไม่มากนัก” อีไอซีคาดการณ์
ภาพรวมสินค้าเกษตรในปีนี้จึงออกมาใน 2 ทิศทาง คือ สินค้าเกษตรบางชนิดจะประสบกับปัญหาราคาตกต่ำ และสินค้าเกษตรบางชนิดแม้ว่าจะมีราคาดี แต่ต้องเผชิญกับภาวะผลผลิตที่ลดลง
ผลที่ตามมา คือ รายได้เกษตรกรลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการบริโภคและกำลังซื้อของเกษตรกรที่หดตัวต่อเนื่อง และแม้ว่ากำลังซื้อครัวเรือนเกษตรมีสัดส่วน 17% ของการบริโภครวม แต่เป็นกำลังซื้อที่มีอัตราหมุนเวียนสูง และเกี่ยวพันกับธุรกิจในวงกว้าง
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ กรณีรัฐบาลค้างหนี้ข้าวเปลือกชาวนามากกว่า 1 แสนล้านบาท ในช่วง 45 เดือนที่แล้ว ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีแวต) และทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับชาวนาตกอยู่ในอาการช็อก ท่ามกลางภาวะที่ไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศ
“รัฐบาลค้างหนี้ชาวนาเป็นแสนๆ ล้าน ก็ต้องกระทบต่อกำลังซื้อในประเทศอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะอย่าลืมว่าชาวนาเวลาเขาได้เงินมา 100 บาท เขาใช้จ่ายกัน 80-90 บาท และเงินที่ลงจะหมุนในระบบเศรษฐกิจได้อีก 34 รอบเป็นอย่างน้อย” พรายพล คุ้มทรัพย์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็น
ขณะที่กำลังซื้อที่ลดลงได้สะท้อนออกมาแล้วในรูปการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ที่ล่าสุดกรมสรรพากรรายงานว่า ในเดือน ก.พ. การจัดเก็บแวตปรับตัวลดลงครั้งแรกในรอบ 2 เดือน โดยหดตัว 1.1% ขณะที่เดือน ม.ค. ขยายตัว 4.1% เดือน ธ.ค. 2556 ขยายตัว 4.1% และเดือน พ.ย. 2556 หดตัว 7.1% ในขณะที่ 5 เดือนแรกของปีงบ 2557 การจัดเก็บแวตขยายตัวต่ำเพียง 0.6% เท่านั้น
พรายพล ระบุเพิ่มเติมว่า ในสถานการณ์ที่ไม่มีการลงทุนโครงการรัฐบาล เอกชนชะลอการลงทุน และการบริโภคซบเซา น่าจะทำให้เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวต่ำกว่า 3% ซึ่งภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้นอกจากจะมีผลกระทบต่อการจ้างงานในภาพรวมแล้ว แต่หากโฟกัสไปที่ชาวนา ชาวไร่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือการกู้เงินหนี้สินที่เพิ่มขึ้น
“อย่าว่าแต่ลูกผีลูกคนเลย ตอนนี้มีแต่ลูกผีกับลูกผี เพราะไม่รู้ว่าจะมีรัฐบาลเมื่อไหร่ แต่เมื่อมีรัฐบาลแล้ว ภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาลใหม่ก็คือการแก้ปัญหาหนี้สินให้ชาวนา” พรายพล เสนอแนะ
ในสถานการณ์ที่ราคาสินค้าเกษตรกำลังจะประสบกับวิบากกรรมที่รออยู่ล่วงหน้า รัฐบาล กระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องทำหน้าที่ประคับประคองภาคเกษตรให้ผ่านพ้นปีนี้ให้ได้
แม้ว่าวันที่ 10 เม.ย.นี้ กระทรวงเกษตรฯ จะเสนอ 5 แนวทางในการดูแลราคาสินค้าเกษตร 20 รายการ ทั้งในแง่ปริมาณการผลิต การจัดการตลาดในช่วงเวลาที่ผลผลิตออกสู่ตลาด และการจัดการผลผลิตส่วนเกิน
แต่ในยามที่ฝ่ายการเมืองอยู่ในภาวะผีเข้าผีออก ข้าราชการทำหน้าที่ได้แค่รับหน้าเสื่อ ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน มีแต่ต้องวางแผนพึ่งพาตัวเองล่วงหน้าเท่านั้น







