
เงินจะไหลเข้าหรือไหลออก
ลูกค้าหลายท่านถามว่าตลาดหุ้นที่ขึ้นในช่วงนี้ใช่มาจากปรากฏการณ์ “Window Dressing” หรือไม่ ก่อนอื่นต้องขอเรียนให้ทราบ (สำหรับผู้ที่ยังไม่ทราบ) ว่า Window Dressing คือ การดันราคาปิดของหุ้นในวันสิ้นงวดหรือสิ้นไตรมาสให้สูงกว่าราคา ณ สิ้นไตรมาสก่อน เพื่อให้มูลค่าของพอร์ตโฟลิโอในไตรมาสนั้นๆ เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่คนที่จะทำแบบนี้มักเป็นนักลงทุนระดับสถาบันไม่ว่าจะในหรือต่างประเทศ เพื่อให้มูลค่าของกองทุน หรือ NAV เพิ่มสูงขึ้น ดูดีขึ้น เวลาขายของกับลูกค้าก็จะไม่ยากนักในการจูงใจ เพราะได้โชว์ผลงานในอดีตที่ NAV เพิ่มสูงขึ้นอยู่ตลอดเวลา จริงๆ ก็เหมือนกับพอร์ตของนักลงทุนทั่วไปที่พนักงานการตลาดจะรายงานให้ทราบเมื่อสิ้นวัน ว่ามูลค่าของหุ้นในพอร์ตของท่านเป็นเท่าใด เพิ่มขึ้นหรือลดลงจากวันก่อนหน้าอย่างไร โดยที่ยังไม่มีการขายหุ้นออกมา ถ้าเป็นกำไร ก็เรียกว่ากำไรทางบัญชี หรือถ้าขาดทุน ก็ขาดทุนทางบัญชี การทำราคาปิดของนักลงทุนประเภทสถาบันมักทำเมื่อสิ้นไตรมาส อย่างไรก็ตาม หากตลาดโดยรวม หรือหุ้นในพอร์ตมีกำไรอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเปลืองแรงเปลืองเงินดันราคาปิดอีก ในกรณีปัจจุบันดัชนีตลาดปรับขึ้นมาแล้ว 5% ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
ลูกค้าหลายท่านถามว่าตลาดหุ้นที่ขึ้นในช่วงนี้ใช่มาจากปรากฏการณ์ “Window Dressing” หรือไม่ ก่อนอื่นต้องขอเรียนให้ทราบ (สำหรับผู้ที่ยังไม่ทราบ) ว่า Window Dressing คือ การดันราคาปิดของหุ้นในวันสิ้นงวดหรือสิ้นไตรมาสให้สูงกว่าราคา ณ สิ้นไตรมาสก่อน เพื่อให้มูลค่าของพอร์ตโฟลิโอในไตรมาสนั้นๆ เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่คนที่จะทำแบบนี้มักเป็นนักลงทุนระดับสถาบันไม่ว่าจะในหรือต่างประเทศ เพื่อให้มูลค่าของกองทุน หรือ NAV เพิ่มสูงขึ้น ดูดีขึ้น เวลาขายของกับลูกค้าก็จะไม่ยากนักในการจูงใจ เพราะได้โชว์ผลงานในอดีตที่ NAV เพิ่มสูงขึ้นอยู่ตลอดเวลา จริงๆ ก็เหมือนกับพอร์ตของนักลงทุนทั่วไปที่พนักงานการตลาดจะรายงานให้ทราบเมื่อสิ้นวัน ว่ามูลค่าของหุ้นในพอร์ตของท่านเป็นเท่าใด เพิ่มขึ้นหรือลดลงจากวันก่อนหน้าอย่างไร โดยที่ยังไม่มีการขายหุ้นออกมา ถ้าเป็นกำไร ก็เรียกว่ากำไรทางบัญชี หรือถ้าขาดทุน ก็ขาดทุนทางบัญชี การทำราคาปิดของนักลงทุนประเภทสถาบันมักทำเมื่อสิ้นไตรมาส อย่างไรก็ตาม หากตลาดโดยรวม หรือหุ้นในพอร์ตมีกำไรอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเปลืองแรงเปลืองเงินดันราคาปิดอีก ในกรณีปัจจุบันดัชนีตลาดปรับขึ้นมาแล้ว 5% ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ดิฉันเห็นว่าการทำ Window Dressing จึงไม่มีความจำเป็น
แล้วตลาดหุ้นปรับขึ้นมาได้อย่างไร ทั้งที่ภาพของเศรษฐกิจดูแย่ลงด้วยซ้ำ หากดูว่าใครเป็นผู้ซื้อ จะพบว่านักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมามีสถานะซื้อสุทธิค่อนข้างหนักตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงวันที่ 31 มี.ค. รวมเป็นยอดซื้อ 9,100 ล้านบาท ผู้ซื้อรองลงมา คือ พอร์ตโบรกที่สัปดาห์ที่ผ่านมามียอดซื้อสุทธิ 4,800 ล้านบาท ถือว่ามากทีเดียว แต่เริ่มขายเล็กน้อย 400 กว่าล้านบาท วันที่ 31 มี.ค. ถ้าหันมามองเป็นรายประเทศ ทั้งภูมิภาคเอเชีย จะพบว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา มีกระแสเงินทุนไหลเข้าในภูมิภาคเอเชียถึง 2,900 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงที่สุดเป็นรายสัปดาห์นับ ตั้งแต่ต้นปี เม็ดเงินส่วนใหญ่ยังกระจุกอยู่ในแถบเอเชียเหนือ เช่น ตลาดหุ้นเกาหลีใต้และไต้หวัน
ถ้าในตลาด TIP (ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์) เม็ดเงินส่วนใหญ่กระจุกอยู่ที่อินโดนีเซีย ซึ่งน่าจะเกี่ยวเนื่องกับการที่อินโดนีเซียกำลังจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีซึ่งเป็นการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 9 ก.ค.นี้ และเริ่มมีการหาเสียงตั้งแต่กลางเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา โดยปกติในช่วงของการหาเสียง เม็ดเงินมักสะพัดอยู่แล้ว ประกอบกับการเลือกตั้งครั้งนี้ โจโก วิโดโด ผู้ว่าราชการกรุงจาการ์ตา ได้รับความนิยมสูง มีการเก็งกันว่าหุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง น่าจะคึกคัก เพราะดูจากนโยบายของ โจโก สมัยที่เป็นผู้ว่าฯ กรุงจาการ์ตา เน้นการก่อสร้างสาธารณูปโภคค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศอินโดนีเซียเองก็ขาดแคลนเสียด้วย
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการที่นักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยในระยะนี้เป็นการปรับพอร์ตจากที่ขายไปอย่างหนักติดต่อกันในช่วง 5 เดือนก่อนหน้า แต่ไม่ได้หมายความว่าต่างชาติจะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในไทย เพราะภาพของเศรษฐกิจที่ดูแย่ลงอย่างมาก และยังมีแนวโน้มอ่อนแอไปจนถึงปีหน้า ยังไม่ใช่เวลาที่จะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในเวลานี้ วันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รายงานภาวะเศรษฐกิจในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา หดตัวลงทุกภาคส่วนทั้งการจับจ่ายใช้สอย การลงทุน การผลิต แม้แต่การท่องเที่ยวที่เป็นพระเอกในปีที่แล้ว มีเพียงภาคการส่งออกเท่านั้นที่กระเตื้องขึ้น แต่ก็เพียงเล็กน้อย มองไปข้างหน้ายังไม่เห็นเครื่องจักรตัวใดที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ แม้การส่งออกที่หลายฝ่ายคาดว่าจะเป็นพระเอกในปีนี้ แต่ก็เป็นสิ่งที่เราต้องพึ่งพาเศรษฐกิจเพื่อนบ้าน ไม่สามารถบังคับหรือทำอะไรได้มากกว่านั้น
แม้ว่าตลาดหุ้นจะยังดื้อที่จะปรับขึ้นต่อ แต่เมื่อปัจจัยพื้นฐานไม่สนับสนุน ขึ้นไปได้ระยะหนึ่งก็จะปรับตัวลงมาตามที่ควรจะเป็น เคยมีกรณีที่ราคาหุ้นแพงแล้วยังแพงเกินพื้นฐานได้อีก เป็นในกรณีที่ Flow มีจำนวนมากและผลักดันราคาหุ้นให้สูงเกินจริง แต่ในปีนี้เราเห็นกันอยู่แล้วว่าวงเงินการซื้อสินทรัพย์ของธนาคารกลางสหรัฐจะลดลงเรื่อยๆ และคิวอีจะยุติในปีนี้ ขณะที่ปีหน้าดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐมีโอกาสสูงที่จะปรับขึ้น เราจึงยังมองเช่นเดิมว่าตลาดหุ้นอาจยังมีแรงเหวี่ยงให้ไปต่อได้ในระยะสั้น แต่ก็น่าจะเป็นโอกาสในการขายและถือเงินสดเพื่อรอสะสมใหม่เมื่อตลาดปรับพักฐานในรอบหน้าค่ะ







