
หอการค้าไทยจูงเอสเอ็มอี บุกอาเซียน
“เอสเอ็มอีไทยยังมีโอกาสส่งออกไปในตลาดอาเซียนและตลาดโลกได้อีกมหาศาล”
โดย วราภรณ์ เทียนเงิน
“เอสเอ็มอีไทยยังมีโอกาสส่งออกไปในตลาดอาเซียนและตลาดโลกได้อีกมหาศาล” นี่คือเสียงคำยืนยันของ “กลินท์ สารสิน” กรรมการเลขาธิการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่ประกาศแผนนำเอสเอ็มอีไทยไปขยายตลาดส่งออกในอาเซียนให้สำเร็จ
“กลินท์ สารสิน” กรรมการเลขาธิการ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทั้งนี้ หอการค้าไทยได้วางนโยบายเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ไทย ให้มีขีดความสามารถการทำธุรกิจที่สูงขึ้นในทุกด้าน เพื่อให้สินค้าไทยมีโอกาสส่งออกไปในตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะจะใช้แนวทางการจับคู่ธุรกิจ (บิสิเนส แมตชิ่ง) ผ่าน 10 สมาคมที่อยู่ในหอการค้าไทย เช่น กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจเกษตรและอาหาร ธุรกิจบริการสุขภาพ อัญมณีและเครื่องประดับ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ และโลจิสติกส์ เป็นต้น เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างบริษัทขนาดใหญ่กับบริษัทเล็ก
การจับคู่ธุรกิจจะเปิดโอกาสให้ธุรกิจรายเล็กเข้าไปสนับสนุนบริษัทขนาดใหญ่ในการผลิตสินค้า ขณะเดียวกันได้อาศัยเครือข่ายของบริษัทใหญ่ส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดในอาเซียน ซึ่งบริษัทใหญ่จะคอยทำหน้าที่ช่วยเหลือเป็นเหมือนพี่เลี้ยง แนะนำแนวทางการทำธุรกิจให้แก่เอสเอ็มอีนอกจากนี้ หอการค้าไทย ยังมีสมาคมการค้าต่างๆ ที่เป็นสมาชิกมากกว่า 100 แห่ง สามารถร่วมมือเป็นคู่ค้ากับเอสเอ็มอีได้อีกมาก
“การจับคู่ธุรกิจมีความสำคัญสูงมาก เพราะทำให้รู้ว่าความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างไร ทำให้รู้แผนงานของคู่ค้า จึงสามารถผลิตสินค้าได้ตรงกับความต้องการของตลาดได้” กลินท์ กล่าว
ที่ผ่านมา หอการค้าไทยได้นำเอสเอ็มอีไทยไปจับคู่ทางธุรกิจกับเอสเอ็มอีจากประเทศญี่ปุ่นจำนวน 2 ครั้ง โดยเป็นเอสเอ็มอีในกลุ่มผ้า เครื่องจักร และพลังงาน ที่สนใจเข้ามาลงทุนในไทย ส่งผลดีให้เอสเอ็มอีไทยมีพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งในด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาสินค้าในด้านต่างๆ
สำหรับการเข้าร่วมโครงการ “Post TodayK SME Expo 2014” ชื่อตอนว่า “Mega Business Matching” มหกรรมการจับคู่ทางธุรกิจครั้งใหญ่ จัดโดย ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับ บริษัท โพสต์ พับลิชชิง หอการค้าไทยเข้าไปร่วมสนับสนุนโครงการ โดยช่วยสนับสนุนสร้างเครือข่ายและจับคู่ทางธุรกิจให้เกิดขึ้นระหว่างเอสเอ็มอีไทย และสมาชิกหอการค้าไทยทั่วประเทศ
นอกจากนี้จะส่งเสริมให้เอสเอ็มอีขยายช่องทางขายสินค้าไปในห้างค้าปลีก เพราะเป็นตลาดที่มีโอกาสเข้าไปขยายได้อีกมากเช่นกัน โดยได้ร่วมมือกับห้างค้าปลีก เทสโก้ โลตัส เปิดโอกาสการขายใหม่ในพื้นที่ชายแดนของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเริ่มในสาขาของเทสโก้ โลตัส ที่อยู่ในพื้นที่ชายแดน จัดพื้นที่ว่างให้เอสเอ็มอี นำสินค้าไปวางจำหน่าย เริ่มวันศุกร์จนถึงวันอาทิตย์ เหมือนกับการเปิดตลาดนัดขายสินค้า คาดว่าจะเริ่มใน 2 เดือนนับจากนี้ เพื่อให้กลุ่มลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาซื้อสินค้าไทย ทั้งนี้หากแผนดังกล่าวประสบความสำเร็จ ก็จะทำอย่างต่อเนื่อง
อีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่หอการค้าไทยจะให้การสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย คือ การทำโครงการเอสเอ็มอีวิธีทำเงิน ด้วยการจัดสัมมนาให้ความรู้ในพื้นที่ต่างๆ และนำเจ้าของบริษัทขนาดใหญ่เข้าไปให้ความรู้แนะนำแนวทางการทำธุรกิจ และการพัฒนาเครื่องจักร การลงทุนให้แก่เอสเอ็มอีอย่างใกล้ชิด รวมทั้งมีสถาบันการเงินเข้าไปแนะนำวิธีการกู้เงินและการบริหารต้นทุนด้วย
“การที่หอการค้ามุ่งพัฒนาเอสเอ็มอีไทย เพราะเอสเอ็มอีเป็นภาคธุรกิจขับเคลื่อนของประเทศ ในประเทศญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน มีเอสเอ็มอีทำหน้าที่ขับเคลื่อนประเทศทั้งหมด ดังนั้น การส่งเสริมเอสเอ็มอีจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันทางธุรกิจของประเทศไปด้วย” กลินท์ กล่าวทิ้งท้าย
ถือเป็นอีกหนึ่งพันธมิตรสำคัญที่จะเข้ามาช่วยเหลือเอสเอ็มอี เพื่อหาช่องทางทำตลาดในประเทศและต่าง
ประเทศ พัฒนาความสามารถการแข่งขันทางธุรกิจ รวมทั้งได้จับคู่ทางธุรกิจที่ถูกใจ เปรียบเสมือน ถูกคลุม
ถุงชน ที่เจอคู่แท้ แบบพรหมลิขิตบันดาลมา







