
ขาดดุลสาธารณะพุ่ง3.3แสนล.
สศค.แจงผลการขาดดุลภาคสาธารณะ อปท.และรัฐวิสาหกิจ พบขาดดุลพุ่ง 3.38 แสนล้านบาท
สศค.แจงผลการขาดดุลภาคสาธารณะ อปท.และรัฐวิสาหกิจ พบขาดดุลพุ่ง 3.38 แสนล้านบาท
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ฐานะการคลังภาคสาธารณะตามระบบ สศค.ที่รวมรายได้รายจ่ายของรัฐบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และรัฐวิสาหกิจของไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2557 ตั้งแต่เดือน ต.ค.ธ.ค. 2556 พบว่า การคลังภาคสาธารณะยังเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยต่อไปได้ โดยมีรายได้ 1.84 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 3.14 หมื่นล้านบาท หรือ 1.7% เป็นผลจาก อปท.และรัฐวิสาหกิจมีรายได้เพิ่มขึ้น
สำหรับผลการเบิกจ่ายมีทั้งสิ้น 2.17 ล้านล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 6.63 หมื่นล้านบาท หรือ 3.1% เป็นผลจากรัฐบาลเบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รัฐวิสาหกิจมีการเบิกจ่ายลดลง 8,879 ล้านบาท
ทั้งนี้ ดุลการคลังภาคสาธารณะขาดดุลไตรมาสแรก 3.38 แสนล้านบาท ขาดดุลเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 3.49 หมื่นล้านบาท หรือ 11.5% สำหรับดุลการคลังเบื้องต้นของภาคสาธารณะ ซึ่งเป็นดุลการคลังที่สะท้อนถึงผลการดําเนินงานและทิศทางของนโยบายการคลังอย่างแท้จริง ทว่าไม่รวมรายได้และรายจ่ายจากดอกเบี้ยนั้น ขาดดุล 2.83 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 2.3% ของจีดีพี
ผู้อำนวยการ สศค. กล่าวว่า การขาดดุลการคลังของภาคสาธารณะในช่วงที่ผ่านมานั้น เป็นไปตามนโยบายการคลังของรัฐบาลที่จัดทำงบประมาณแบบขาดดุล เพื่อขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง ในสภาวะความอ่อนไหวด้านการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศไทย
ด้านฐานะการคลังภาคสาธารณะไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2557 นั้น รัฐบาลมีรายได้รวม 6.36 แสนล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 5.25 หมื่นล้านบาท หรือ 7.6% ด้านรายจ่ายมีมูลค่าทั้งสิ้น 1 ล้านล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 4.73 หมื่นล้านบาท หรือ 4.9% ด้าน อปท.จำนวน 7,853 แห่ง มีรายได้ 1.91 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 5.22 หมื่นล้านบาท หรือ 37.5% โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากเงินอุดหนุนที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่รายจ่ายของ อปท.นั้น อยู่ที่ 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 1.77 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 17.3% ส่วนรัฐวิสาหกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน มีรายได้เพิ่มขึ้น 1.21 แสนล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 2.15 หมื่นล้านบาท หรือ 1.8% และมีรายจ่ายรวม 1.25 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 8,879 ล้านบาท หรือราว 0.7%







