
"เจนวาย" อยากไปนอกธุรกิจต้องการคนพร้อมใช้
ปัญหาคนไทยไม่อยากไปทำงานต่างประเทศ เป็นปัญหาที่ถูกพูดถึงมาตลอดในแวดวงทรัพยากรมนุษย์
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
ปัญหาคนไทยไม่อยากไปทำงานต่างประเทศ เป็นปัญหาที่ถูกพูดถึงมาตลอดในแวดวงทรัพยากรมนุษย์ แม้กระทั่งมีเรื่องการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนมาระยะหนึ่งแล้ว หลายองค์กรก็ยังประสบปัญหา จนอด “บ่น” ไม่ได้ แต่ในมุมมองของคนรุ่นใหม่ การไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้านไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกแล้ว
สุธิดา กาญจนกันติกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท แมนพาวเวอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) บอกว่า จากการสำรวจกลุ่มผู้เริ่มต้นทำงาน อายุ 21-30 ปี ซึ่งเป็นกลุ่ม Gen Y กว่า 1,500 ตัวอย่าง ช่วงเดือน พ.ค.-ต.ค. 2556 พบว่า มีคนรุ่นใหม่ราวครึ่งหนึ่งพร้อมจะไปทำงานต่างประเทศ สอดคล้องกับธุรกิจการจัดหาคนเก่งแบบไร้พรมแดน (Borderless Talent Solutions) ของบริษัท ที่พบคนไทยภาพรวมสนใจไปทำงานต่างประเทศเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 20% ในช่วงปีที่ผ่านมา
“คนกลุ่มนี้เริ่มเห็นแล้วว่าเออีซีกำลังจะมา และการไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน คือช่องทางทำให้ตัวเองมีทางเดินในสายอาชีพ หรือ Career Path กว้างขึ้น อีกทั้งยังช่วยฝึกฝนทักษะและประสบการณ์ต่างๆ ให้ตัวเองอย่างมาก”
ความต้องการดังกล่าวจะเห็นชัดเจนมากขึ้นในกลุ่มผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป เพราะสามารถใช้การทำงานในต่างประเทศก้าวจากตำแหน่งพนักงานอาวุโสระดับกลาง (Middle Senior) ไต่เต้าขึ้นสู่ผู้บริหารระดับกลาง (Middle Management) ได้
อย่างไรก็ตาม กลุ่มดังกล่าวจะยินดีเคลื่อนย้ายต่อเมื่อมีอัตราเงินเดือนสูงขึ้นไม่ต่ำกว่า 30% พร้อมมีสวัสดิการอื่นๆ สนับสนุน เช่น ค่าที่พัก รถยนต์ ประกันชีวิตของตัวเอง และประกันสุขภาพสำหรับคนในครอบครัว
ด้านความต้องการแรงงานไปทำงานต่างประเทศของแต่ละบริษัทนั้น สุธิดา บอกว่า ผู้ที่จะมีโอกาสมากที่สุด คือ กลุ่มอายุ 2545 ปี ใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มวิศวกร กลุ่มบัญชีและการเงิน และกลุ่มไอที เนื่องจาก 3 กลุ่มดังกล่าวจะหาคนท้องถิ่นที่มีฝีมือได้ค่อนข้างยาก
ทั้งนี้ 3 กลุ่มดังกล่าวยังเป็นอาชีพที่แรงงานต้องการทำและตลาดต้องการตัวเป็นอันดับต้นๆ ในปัจจุบันอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ต่อให้อยู่ใน 3 อาชีพดังกล่าว แต่การได้ไปต่างประเทศก็ยังไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะขณะนี้บริษัทต้องการคนแบบ “Ready to Use” คือพร้อมส่งไปทำงานได้ทันที โดยไม่ต้องฝึกเพิ่ม โดยจะมีเกณฑ์ข้อสอบและมาตรฐานการคัดคนของแต่ละองค์กรเอง
ด้าน พิภพ อุดร ผู้อำนวยการสถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) บอกว่า มี 3 ปัจจัยที่ทำให้คนรุ่นใหม่ของไทยสนใจไปทำงานในแถบอาเซียนมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วง 5 ปีก่อน 1.ระบบการศึกษา โดยเฉพาะในระดับมหาวิทยาลัย ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น หลากหลายมิติมากขึ้น 2.การเปิดสอนภาษาเพื่อนบ้านแถบอาเซียนมากขึ้น และ 3.การมีหนังสือ สารคดี สื่อต่างๆ ที่เผยแพร่ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับอาเซียนได้สนุกและเข้าใจง่ายมากขึ้น
สำหรับบางกลุ่มที่ยังไม่อยากไปทำงานในอาเซียน อาจเพราะถูกปลูกฝังทัศนคติบางอย่างมาอย่างยาวนาน อาจต้องมีการแก้ไขด้วยการให้ความรู้ที่ชัดเจนเกี่ยวกับเพื่อนบ้านเข้าไปใหม่
“จริงๆ ผมว่าคนไทยก็อยากไปต่างประเทศนะ แต่แค่ไม่อยากไปประเทศเพื่อนบ้าน เพราะรู้สึกว่าไม่ท้าทาย ใกล้กันเกินไป ไปแล้วไม่ได้เรียนรู้ หรือบางส่วนอาจมองว่าล้าหลัง จึงอยากไปตะวันตกมากกว่า เราต้องแก้ให้เขารู้สึกอยากไปทำงานเวียงจันทน์พอๆ กับนิวยอร์ก และอยากไปทำงานลอนดอนพอๆ กับพนมเปญ”
วิธีคือ ต้องทำให้ตัวคนทำงานรู้สึกพึงพอใจกับชีวิตในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ถ้าไปอังกฤษเรารู้ว่าเขาดื่มชา จริงๆ ไปเวียดนามก็มีวัฒนธรรมดื่มชาเหมือนกัน ดังพอๆ กัน ถ้าให้ข้อมูลดี ความรู้สึกอยากไปก็จะเปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิง
สำหรับการปรับตัวรับยุค “Ready to Use” นั้น ต้องแก้ 3 ส่วน ได้แก่ 1.ทัศนคติ ต้องมีใจเปิดกว้างต่อสิ่งแปลกใหม่ ทำตัวให้อยู่ง่าย เพราะแค่ “กินยาก” ก็ไปต่างประเทศลำบากแล้ว 2.ความอดทนอดกลั้น ต้องฝึกตัวเองให้พร้อมเผชิญทุกสถานการณ์ และ 3.ทักษะภาษามากกว่า 1 ภาษา
“ยุคเออีซี คือยุคที่เราอาจขึ้นรถเมล์แล้วเจอคน 8 ชาติพร้อมกัน ถ้ายังรับความต่างไม่ได้ เราจะอยู่ในโลกนี้ยากขึ้นเรื่อยๆ เราจะต้องแย่งงานกับคนเก่งๆ จากต่างประเทศซึ่งปรับตัวได้ แล้วมาทำงานในไทย พร้อมกับแย่งงานกับคนในประเทศด้วยกันเอง นี่คือยุคที่ต้องมองว่าโอกาสงานของเราอยู่ที่ไหนก็ได้ในโลก”







