
อาภาศิริ รุกหนักอสังหาฯ จากนครศรีฯ ลุยตลาดกทม.
ถือเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ส่วนภูมิภาคที่เริ่มเดินหน้าสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
ถือเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ส่วนภูมิภาคที่เริ่มเดินหน้าสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น สำหรับเครืออาภาสิริที่มีฐานธุรกิจหลักเริ่มต้นมาจากฟาร์มไก่เนื้อและสุกรขุนเพื่อป้อนตลาดภาคใต้มาตั้งแต่ปี 2525 และเล็งเห็นถึงโอกาสการขยายตัวในธุรกิจอื่น โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จึงได้เริ่มพัฒนาโครงการตั้งแต่ปี 2549 มาจนถึงวันนี้ธุรกิจที่เริ่มจากยุคบุกเบิก “อาภา นามเกิด” ได้ส่งไม้ต่อมายังทายาทรุ่นลูก “กฤต นามเกิด” บุตรชายวัย 26 ปี มานั่งแท่นกรรมการบริหาร ซึ่งวันนี้เขาเดินหน้าขยายโครงการให้ครอบคลุมภูมิภาคอื่นทั่วไทย
กฤต ย้ำว่า ธุรกิจอสังหาฯ มีความท้าทายค่อนข้างมากในเรื่องของการสร้างกำไร ที่จะต้องเกิดขึ้นกับทั้งบริษัท ลูกค้า และพาร์ตเนอร์ไม่ว่าจะเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้าง และบริษัทวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเปรียบเสมือนสามเหลี่ยมด้านเท่าที่ต้องไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน ผลประโยชน์เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียมทั้งสามฝ่ายเพื่อผลักดันให้องค์กรสามารถเติบโตอย่างยั่งยืน โดยกำไรเบื้องต้นต้องรักษาไว้เฉลี่ยอยู่ที่ 2530% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ราว 10-15%
ขณะนี้บริษัทยังให้น้ำหนักกับธุรกิจอสังหาฯ 20% ที่เหลือ 80% เป็นธุรกิจปศุสัตว์ที่ขายอยู่ใน 14 จังหวัดภาคใต้ แต่ในอีก 5 ปี จะบริหารพอร์ตของทั้งสองธุรกิจให้เท่าเทียมกัน ในสัดส่วน 50 : 50 โดยในปีที่ผ่านมาธุรกิจปศุสัตว์นั้นสร้างยอดขาย 5,000 ล้านบาท มีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 34% ขณะที่ธุรกิจอสังหาฯ ปีที่ผ่านมาทำยอดขายได้ 500 ล้านบาท มียอดรับรู้รายได้ 400 ล้านบาท โดยในปี 2557 ตั้งเป้ายอดขายไว้ 900 ล้านบาท และเป้ารับรู้รายได้ที่ 875 ล้านบาท
ปัจจุบันเครืออาภาสิริมีบริษัทในเครือ 7 บริษัท ที่ดูแลโครงการบ้าน อาคารพาณิชย์ และบริษัทรับสร้างบ้านซึ่งเป็นแฟรนไชส์ของบริษัท พีดีเฮ้าส์ 4 สาขาใน จ.นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี กระบี่ และภูเก็ต โดยมีโครงการที่เปิดขาย 9 โครงการ แบ่งเป็น 4 โครงการ ใน จ.นครศรีธรรมราช อีก 4 โครงการ ที่กระบี่และชุมพร 1 โครงการ
ในปีนี้บริษัทวางแผนเปิดโครงการใหม่จำนวน 11 โครงการ มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท เป็นโครงการที่ จ.นครศรีธรรมราช 3 โครงการ ที่กระบี่อีก 2 โครงการ และที่ตรัง และพังงา จังหวัดละ 1 โครงการ ขณะเดียวยังขยายไลน์สู่โครงการรีสอร์ท ที่ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน และโครงการคอนโดมิเนียมชื่อเวียร์เซเว่น บาย อาภาสิริ ตั้งอยู่บริเวณมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ บางนา
กฤต มองว่า ตลาดอสังหาฯ จ.นครศรีธรรมราช นั้นถือว่าค่อนข้างบูมสวนกระแสเศรษฐกิจในประเทศที่ค่อนข้างซบเซา โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวชั้นเดียว บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ราคาเฉลี่ย 45 ล้านบาทต่อยูนิต เพราะครอบครัวขยายมากขึ้น และจากเดิมที่อาคารพาณิชย์เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างมากเมื่อหลายปีก่อน
ขณะนี้ความนิยมอาคารพาณิชย์กลับเริ่มลดลงบ้าง หลังจากจำนวนซัพพลายออกมาสู่ตลาดใน จ.นครศรีธรรมราช จำนวนมาก ไม่ต่ำกว่า 1,000 ยูนิต โดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 5 ล้านบาทต่อยูนิต ประกอบกับราคาพืชผล โดยเฉพาะยางพาราซึ่งเป็นสินค้าที่สร้างรายได้หลักตกต่ำลง หากภาคการเกษตรฟื้นตัวขึ้นก็เชื่อว่าจะส่งผลดีกับกำลังซื้อในภาคอสังหาฯ
กฤต ย้ำว่า บริษัทที่จะประสบความสำเร็จนั้น ต้องมีการเปิดโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาองค์กรและบุคลากรอย่างเต็มที่ รวมไปถึงการสร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จัก
ย่างก้าวของอาภาสิริจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ภูมิภาครุกสู่เมืองกรุงจะเป็นเช่นไรต้องจับตา







