posttoday
แสนสิริ กับโครงการกาแฟไทยภูเขา

แสนสิริ กับโครงการกาแฟไทยภูเขา

29 มีนาคม 2557

ใน 3 ปีที่ผ่านมา แสนสิริ บริษัทระดับมหาชนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีโอกาสขยายธุรกิจไปยังจังหวัดต่างๆ

โดย...ปอย

ใน 3 ปีที่ผ่านมา แสนสิริ บริษัทระดับมหาชนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีโอกาสขยายธุรกิจไปยังจังหวัดต่างๆ จึงได้เก็บเกี่ยวแรงบันดาลใจจากเสน่ห์ในแต่ละท้องถิ่น เข้ามาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์คอลเลกชั่นพิเศษเพื่อลูกบ้าน หนึ่งในนั้นคือการสนับสนุนกาแฟจากเกษตรบนดอยมาผลิตเป็น “แสนสิริ ซิกเนเจอร์ เบลนด์ คอฟฟี่” นำมาเสิร์ฟให้แก่ลูกบ้าน แสนสิริเลานจ์ ทั้ง 3 สาขา (สยามพารากอน หัวหิน เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต) รวมทั้งโรงแรมในเครือ อย่าง เอสเคป หัวหิน และเขาใหญ่ แล้วก็สำนักงานขายโครงการแสนสิริ เป็นกิจกรรมเพื่อสังคมที่แสนสิริมีโอกาสร่วมงานกับผู้ประกอบการท้องถิ่น นำมุมมองใหม่เข้ามาร่วมสร้างสรรค์พัฒนา เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ เพื่อส่งเสริมสินค้าของไทยให้มีความร่วมสมัย และสนับสนุนการทำงานของผู้ประกอบการไทยไปพร้อมๆ กัน

เริ่มมาจากพื้นฐานความตั้งใจของแสนสิริที่ต้องการนำเสนอกาแฟที่มีความเข้มข้น และความหอมของพันธุ์ไม้ธรรมชาติ ผนวกกับแนวคิดการสนับสนุนกาแฟไทยภูเขา โดยมีโอกาสได้ค้นคว้าร่วมกับพันธมิตร โครงการเกษตรที่สูงชาวไทยภูเขา ณ แหล่งต้นกำเนิด ดอยผาฮี้ อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อเริ่มศึกษาแต่ละพื้นที่ของการปลูกกาแฟในภาคเหนือ จากกลุ่มกาแฟหลากหลายสายพันธุ์ ที่มีความแตกต่างของรสชาติ เนื่องมาจากปัจจัยด้านความสูงของพื้นที่ ความอุดมสมบูรณ์ของดิน การเพาะปลูก การดูแล การเก็บเกี่ยวผลผลิต ศิลปะการแปรรูป และการคั่วกาแฟที่ทำให้รสชาติกาแฟแตกต่างกัน ซึ่งใช้ระยะเวลากว่า 8 เดือน ในการสรรหาและคัดเลือกเมล็ดพันธุ์กาแฟที่เหมาะสม และนำมาทดสอบรสชาติกาแฟอย่างมีขั้นตอน หรือในภาษากาแฟเรียกว่า การทำ Cupping เพื่อให้ได้สูตรที่ลงตัว และในที่สุดได้เลือกกาแฟสายพันธุ์อราบิกา จากดอยผาฮี้และดอยลังกาหลวง

การทำงานครั้งนี้ทำให้แสนสิริได้เห็นศักยภาพ “เสน่ห์กาแฟไทย”ที่เป็นวิถีการทำกาแฟของกลุ่มชาวไทยภูเขา ภูมิปัญญาของไทยที่ยังคงไว้ซึ่งความพิถีพิถันในทุกกระบวนการผลิต

แสนสิริ กับโครงการกาแฟไทยภูเขา

 

อรัญ พรจิรไพศาล ผู้ใหญ่บ้านผาฮี้ หมู่ 10 กล่าวว่า แต่เดิมชาวบ้านส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดในหมู่บ้านนิยมปลูกข้าวโพด ข้าวไร่ และฝิ่น เนื่องจากเพาะปลูกง่าย ได้ผลผลิตเร็ว และได้เงินดี โดยเฉพาะฝิ่น เพราะมีพ่อค้ามารับซื้อถึงบนดอย ชาวบ้านจึงทำการแผ้วถางป่าและทำไร่เลื่อนลอย เพื่อปลูกฝิ่นกันมากขึ้นเรื่อยๆ ขยายอาณาเขตเป็นวงกว้าง โดยไม่ทราบว่าการปลูกฝิ่นนั้นผิดกฎหมาย อีกทั้งยังทำลายป่าไม้และธรรมชาติ

จนกระทั่งในปี 2523 ได้มีหน่วยงานของรัฐเล็งเห็นความสำคัญของพื้นที่ป่ามากขึ้น จึงได้นำกาแฟเข้ามาให้ชาวบ้านปลูก โดยมีสโลแกนว่า“ปลูกกาแฟดีกว่าปลูกฝิ่น” เพราะเป็นพืชที่มีราคาสูง เพื่อทดแทนพื้นที่การปลูกข้าวโพด ฝิ่น ซึ่งเป็นพืชอายุสั้น และเป็นสาเหตุของการทำไร่เลื่อนลอย

ทว่า ในขณะนั้นชาวบ้านยังไม่ได้ยึดการปลูกกาแฟเป็นอาชีพหลักเนื่องจากยังขาดความรู้ ความเข้าใจในขั้นตอนของการปลูก และกระบวนการแปรรูปผลผลิต ประกอบกับต้องขนผลผลิตลงมาขายด้านล่าง กระทั่งโครงการพัฒนาดอยตุงเข้ามาในหมู่บ้าน ส่งเสริมให้ชาวบ้านเลิกทำไร่เลื่อนลอยอย่างจริงจัง สอนให้ชาวบ้านเรียนรู้การอยู่อาศัยร่วมกับป่า ห้ามไม่ให้ตัดไม้ทำลายป่า และสนับสนุนให้ชาวบ้านปลูกกาแฟกันมากขึ้น จนเป็นอาชีพหลักของชาวบ้านบ้านผาฮี้ในที่สุด

“อีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนคือ ชาวบ้านส่วนหนึ่งได้มีโอกาสเข้าไปทำงานในศูนย์วิจัยทดลองกาแฟพันธุ์อราบิกา ทำให้ชาวบ้านมีรายได้ รวมถึงองค์ความรู้เกี่ยวกับการปลูกกาแฟ การเก็บเกี่ยว กระบวนการแปรรูปผลผลิตเพิ่มขึ้นนำความรู้มาพัฒนาการปลูกกาแฟของตัวเอง และเกิดการรวมกลุ่มกันขึ้น เพื่อพัฒนาการเพาะปลูกกาแฟให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ส่งขายให้พ่อค้าคนกลาง และโรงคั่วกาแฟจนทำให้กาแฟผาฮี้เริ่มเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น แต่ก็ยังไม่แพร่หลายเท่าที่ควร

ต่อมาหน่วยงานของรัฐมีการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการประกวดเมล็ดกาแฟอราบิกา ในงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 จึงเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่กาแฟผาฮี้จะได้เป็นที่รู้จักของวงการกาแฟ ดังนั้นทางหมู่บ้านจึงได้ส่งตัวอย่างสารกาแฟผาฮี้เข้าร่วมประกวดในครั้งนี้ ปรากฏว่าได้รับรางวัลชนะเลิศ เป็นรางวัลที่เป็นความภาคภูมิใจ และเป็นแรงผลักดันให้ชาวบ้านหันมาดูแลเอาใจใส่ในทุกขั้นตอนของการผลิต เพื่อรักษามาตรฐานของกาแฟผาฮี้ให้มีคุณภาพดีที่สุด” ผู้ใหญ่บ้านอรัญ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท