
ออฟฟิศเมทหั่นรายได้หายเฉียด50%
OFM ลั่น การเมืองไม่จบครึ่งแรก ต้องทบทวนเป้ารายได้รอบสอง หลังหั่นจากโต 20% เหลือ 12-13%
OFM ลั่น การเมืองไม่จบครึ่งแรก ต้องทบทวนเป้ารายได้รอบสอง หลังหั่นจากโต 20% เหลือ 12-13%
นายวรวุฒิ อุ่นใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออฟฟิศเมท (OFM) เปิดเผยว่า บริษัทได้ลดเป้าหมายการเติบโตของรายได้ของปี 2557 นี้ ลงเหลือ 12-13% จากเดิมได้กำหนดเป้าหมายแบบเชิงรุกคาดว่ารายได้จะมีการขยายตัวถึง 20% ซึ่งกำหนดเมื่อช่วงเดือน พ.ย. 2556 ขณะนั้นปัญหาการเมืองยังไม่ได้รุนแรง และบริษัทมองว่าการชุมนุมทางการเมืองไม่น่าจะลากยาว แต่ปรากฏว่าการชุมนุมยืดเยื้อจนมีการปิดกรุงเทพฯ ถึง 3 เดือนด้วยกัน จนส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน
ทั้งนี้ เป้าหมายใหม่ระดับ 1213% ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าปัญหาการเมืองมีข้อยุติภายในครึ่งแรกของปีนี้ หากยืดเยื้อเกินไตรมาส 2 บริษัทคงจะต้องกลับมาทบทวนเป้าหมายรายได้อีกครั้ง
“เดือน มิ.ย.นี้ การเมืองน่าจะทุเลา โดยมองว่ามี 2 เรื่องหลักหากสามารถจัดการได้น่าจะส่งผลดีให้กำลังซื้อและทุกอย่างมีบรรยากาศที่ดี คือ การมีรัฐบาลที่ไม่ใช่รักษาการและสามารถทำงานได้ และเงินจำนำข้าว หากปัญหาการเมืองยังไม่จบลากยาวเกินกว่าครึ่งแรกปีนี้จะมีปัญหาเรื่องการจัดทำงบประมาณปี 2558 ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการขยายตัวเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น เชื่อว่าทุกฝ่ายคงไม่ยอมให้เกิดปัญหานี้” นายวรวุฒิ กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะรุกธุรกิจไปยังประเทศในกลุ่มเออีซี พุ่งเป้าไปที่เวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงจากปัญหาการเมืองในประเทศที่มีมาโดยตลอดระยะเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา และเป็นการเตรียมพร้อมรับกับการลงทุนระดับโลกที่จะหันมาให้ความสนใจการลงทุนในภูมิภาคนี้ โดยคาดว่าปลายปี 2558 ถึงต้นปี 2559 น่าจะเริ่มมีความชัดเจนในการเปิดสาขาในเวียดนาม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและหาพันธมิตรท้องถิ่น โดยเป็นการศึกษาตลาดร่วมกับกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งมีความสนใจไปลงทุนในประเทศใกล้เคียงนี้ด้วย
นอกจากนั้น การไปต่างประเทศก็จะร่วมมือกับบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) ให้ทำหน้าที่ก่อสร้างคลังสินค้าให้ เหมือนกับในประเทศไทย ซึ่งล่าสุดได้เซ็นสัญญาให้สร้างศูนย์กระจายสินค้าในประเทศ เฟสแรก บนพื้นที่ 1 หมื่นตารางเมตร ในเบื้องต้นสามารถรองรับสินค้า 5-8 หมื่นรายการ และสามารถขยายเพิ่มให้เต็มกำลังถึง 1 แสนรายการ
ด้าน นายสมยศ อนันตประยูร ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WHA กล่าวยอมรับว่า ลูกค้าของบริษัทในช่วง 2 เดือนแรกนี้มีการชะลอการตัดสินใจเข้ามาลงทุนบ้าง แต่ในเดือน มี.ค.นี้เริ่มกลับมา โดยเฉพาะภายหลังการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้ลูกค้าของบริษัทส่วนใหญ่เป็นระดับโกลบอลแบรนด์ สามารถเข้ามาลงทุนได้ และบริษัทยังคงตั้งเป้าหมายการเพิ่มพื้นที่อีก 3 แสนตารางเมตร ทำให้สิ้นปีเพิ่มเป็นกว่า 1.2 ล้านตารางเมตร







