
ระวังแรงขายสั้นที่ 1,385...การเมืองยังพร้อมเปลี่ยนตลาด
ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดอ่อนตัวลงต้นสัปดาห์ ก่อนที่ขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์
ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดอ่อนตัวลงต้นสัปดาห์ ก่อนที่ขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์ ก่อนการชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม กปปส. ซึ่งส่วนหนึ่งคาดว่าเป็นลักษณะการซื้อคืนเพื่อ Cover Short ไปต้นสัปดาห์ โดยปัจจัยทางด้านการเมืองที่ยังไม่มีสัญญาณของการเจรจา และยังมีความเป็นไปได้ในการปะทะกันเพิ่มมากขึ้น ยังเป็นความเสี่ยงที่ไม่ได้รับรู้ในราคามากนัก โดยกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายส่งสัญญาณระดมมวลชนเพิ่มมากขึ้น หนุนความเสี่ยงในประเด็นดังกล่าว
ทิศทางในสัปดาห์นี้ คาดว่าการปรับตัวขึ้นมีโอกาสชะลอตัวที่แนวต้าน 1,385 หรือ 1,400 จุด โดยปัจจัยทางด้านการเมืองยังคงพร้อมเป็นจุดเปลี่ยนของตลาด ส่วนปัจจัยภายนอกเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด คาดว่าจะยังไม่ส่งผลต่อตลาดในช่วงสั้น เป็นเพียงปัจจัยลบที่เข้ามารายวัน กว่าจะเกิดขึ้นต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี ในขณะที่ปัจจัยเรื่องยูเครน เราคาดว่าจะกลับมาเป็นปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นทั่วโลกก็ต่อเมื่อรัสเซียส่งทหารเข้าไปรุกล้ำดินแดนของยูเครนเพิ่ม ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่เพิ่มโอกาสให้ยุโรปและสหรัฐส่งทหารเข้าไปในยูเครนและกดดันตลาดหุ้นในที่สุด
ประเด็นทางด้านการเมือง ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะออกมาในรูปแบบใด แต่จากข้อมูลในปัจจุบัน พบว่ามีความเป็นได้มากขึ้นที่จะมีโอกาสเผชิญหน้ากันของกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่าย หากเกิดความรุนแรงไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ถูกกระทำ จะส่งผลที่รุนแรงต่อตลาดได้ ทำให้ในเบื้องต้นสัญญาณการเผชิญหน้าดังกล่าวจะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อตลาด
ปัจจัยภายนอกเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด จะเป็นปัจจัยที่กลับมากดดันตลาดในช่วง 64 เดือนล่วงหน้าก่อนที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยจริง หรือช่วงปลายปีนี้ เนื่องจากคาดว่าเฟดจะเริ่มขึ้นดอกเบี้ยในไตรมาส 2 ในขณะที่ในช่วงที่มีการขึ้นดอกเบี้ยจริง ผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ยจะจำกัด โดยการขึ้นดอกเบี้ยให้กลับไปอยู่ในระดับปกติจะสามารถทำได้ต่อเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และที่สำคัญยังไม่ใช่ในเวลาปัจจุบัน
ประเด็นเรื่องยูเครน ประเมินว่าสถานการณ์จะยังไม่กลายเป็นสงครามระหว่างประเทศ หากรัสเซียยังไม่รุกล้ำดินแดนส่วนอื่นของยูเครนเพิ่ม โดยที่ผ่านมานานาชาติยังใช้วิธีที่ไม่ใช่ทางทหาร เป็นการคว่ำบาตรรายบุคคล รวมถึงการยกเลิกการประชุม จี8 ครั้งสำคัญที่จัดขึ้นในรัสเซีย ซึ่งไม่กลับมากดดันตลาดหุ้นมากนัก แต่จุดเปลี่ยนที่จะกลับมากดดันตลาด เราประเมินว่าอยู่ที่การส่งกองกำลังทหารจากนานาชาติเพิ่มเข้าไปในยูเครน หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวจะเป็นจุดขายหุ้นในระยะสั้นก่อน
ส่วนแนวโน้มทองคำ ประเมินว่าราคาทองคำเริ่มมีโอกาสที่จะหยุดไหลหรือดีดกลับที่แนวรับ 1,265 และ 1,245 เหรียญสหรัฐ ซึ่งจะเป็นจุดที่มีนัยสำคัญและทองคำจะมีช่วงเพิ่มขึ้นได้พอควร ประเด็นหลักในระยะสั้นที่ต้องจับตาและหนุนการปรับตัวขึ้นของทองคำ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในยูเครน โดยในช่วงที่ผ่านมาตลาดรับรู้ปัจจัยลบเรื่องไม่มีสงครามไปในระดับหนึ่งแล้ว หากปัจจัยนี้กลับมาหนุนตลาด จะเป็นประเด็นบวกราคาทองคำได้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าทองคำในรูปเหรียญสหรัฐจะให้ผลตอบแทนไม่ดีนัก ส่วนทองคำในรูปสกุลเงินอื่นจะให้ผลตอบแทนที่ดี เนื่องจากแนวโน้มของเหรียญสหรัฐจะเป็นการแกว่งตัวขึ้นหลังจากที่เฟดทยอยลด QE และมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย ในขณะที่ทางฝั่ง ECB มีโอกาสใช้มาตรการผ่อนคลาย กดดันยูโรและหนุนเหรียญสหรัฐให้แข็งค่าขึ้น
กลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำให้นักลงทุนขายหากมีช่วงปรับตัวขึ้น เนื่องจากตลาดที่ระดับราคาปัจจุบันไม่ได้มีส่วนลดจากราคาพื้นฐานมากนัก ตลาดซื้อขายเข้าใกล้ค่าเฉลี่ยในระยะยาวที่ 12 เท่า แต่ความเสี่ยงทางด้านการเมืองในปัจจุบันที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ยังไม่ได้รับรู้ในราคา มีโอกาสที่จะนำไปสู่การต่อสู้นอกรูปแบบเพิ่มมากขึ้น โดยระดับแนวรับที่มีนัยสำคัญที่คาดว่าจะมีช่วงอ่อนตัวลงหาทดสอบอยู่ที่ 1,385 และ 1,400 จุด โดยจุดเปลี่ยนทิศทางที่จะกลับมาเป็นการแกว่งตัวลงอยู่ที่ 1,340 จุด หากอ่อนตัวลงหลุดต่ำกว่าบริเวณดังกล่าวให้รอการปรับฐานใหญ่ โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1,315 จุด







