posttoday
เยือนถิ่นเวียดนาม 3 สิ่งต้องลองอย่าพลาด

เยือนถิ่นเวียดนาม 3 สิ่งต้องลองอย่าพลาด

28 มีนาคม 2557

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา “เวียดนาม” เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา “เวียดนาม” เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมทั้งคนไทยจำนวนมากให้ไปเยี่ยมเยือน

การเดินทางไปเวียดนามวันนี้ไม่ยากเหมือนเก่า เพราะสามารถเดินทางผ่านชายแดนไทย เข้าไปลาว ก่อนลัดเลาะสู่เวียดนาม

ฝ่าม กวาง ถิ่น ไกด์ท้องถิ่น ปูพื้นถึงภูมิประเทศเวียดนามว่า แบ่งเป็น 3 โซน คือ เวียดนามเหนือ เวียดนามกลาง และเวียดนามใต้ นึกภาพตามง่ายๆ ว่า หากพูดถึงเวียดนามเหนือ ให้นึกถึงภาพภาคเหนือของไทย ที่มีฮานอยเป็นเหมือนเมืองท่องเที่ยวหลักเหมือน จ.เชียงใหม่ มีซาปาเสมือนปาย และมีฮาลองเบย์ เป็นพระเอกทางทะเลของเวียดนามเหนือ

เวียดนามกลาง มีเมืองเว้ ดานัง ฮอยอัน เป็นเมืองเก่าเทียบเคียงกับภาคกลางของไทย อารมณ์เหมือนกับ จ.พระนครศรีอยุธยา สุโขทัย เพราะมีเมืองฮอยอันเป็นมรดกโลก และยังมีโบราณสถานสำคัญๆ อีกมากมายในเขตนี้ ส่วนเวียดนามใต้ มีโฮจิมินห์เป็นเมืองหลวง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเขตเศรษฐกิจ เป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมต่างๆ

ถิ่น ยังบอกอีกว่า เสน่ห์ของเวียดนามอยู่ที่แม่น้ำลำคลองที่อุดมสมบูรณ์ไหลผ่านเมืองต่างๆ ของเวียดนาม ทำให้วิถีชีวิตของคนท้องถิ่นที่นี่ผูกพันกับสายน้ำ และสังเกตได้ว่า ทำไมสาวๆ เวียดนามถึงมีหุ่นที่ดี นั่นเพราะว่าคนเวียดนามนิยมกินปลาเป็นอาหาร (หลัก) เหมือนคำพูดที่ว่า “คนเวียดนามกินข้าวเป็นหลัก กินผักเป็นยา กินปลาเป็นอาหาร”

“เมื่อดูแล้ว วิถีชีวิตคนเวียดนามคล้ายกับวิถีเศรษฐกิจพอเพียงของไทยมาก เพราะสอนให้รู้จักกินอยู่อย่างพอเพียงและพอดี มีคนเวียดนามจำนวนไม่น้อยที่เคยเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แล้วอดชื่นชมในหลักปรัชญาดังกล่าวไม่ได้” ถิ่น เล่าอย่างภูมิใจราวกับเป็นคนไทยแท้ๆ

แต่ในโลกของการค้าการลงทุนเสรี ทำให้กระแสทุนนิยมจากต่างชาติหลั่งไหลเข้ามา ซึ่งเวียดนามก็มีความฉลาดพอที่จะตั้งรับอย่างแนบเนียน เพราะรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนการใช้สินค้าแบรนด์เวียดนามอย่างจริงจัง เพื่อส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมไปพร้อมๆ กับการพัฒนาเทคโนโลยีและการออกแบบการผลิตสินค้าในเวียดนามควบคู่ด้วย ภายใต้แคมเปญ “Vietnamese People Using Vietnamese Goods”

ขณะเดียวกัน ยังได้เร่งเจรจาข้อตกลงการค้าต่างๆ ทั้งความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) และข้อตกลงการค้าเวียดนามอียู เพื่อให้สินค้าเวียดนามได้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าต่างๆ อย่างสูงสุด

หลังจากที่ได้ยินไกด์ท้องถิ่นเล่าให้ฟังแบบนี้แล้ว ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า เวียดนาม คือ “เสือซุ่ม” ที่น่าจับตาของอาเซียน

ก่อนที่ภาพความคิดจะไปไกลกว่านี้ ไกด์หนุ่มกลับหักมุม เปลี่ยนเรื่องมาถามว่า “รู้ไหม สิ่งที่ต้องลอง 3 อย่างในเวียดนามคืออะไร”

คนฟังยังไม่เอ่ยปากตอบ ไกด์หนุ่มกลับชิงเฉลยทันควันว่า สิ่งแรก คือ ต้องลองกิน “เฝอ” ต่อมาคือ “กาแฟ” และสุดท้ายที่พลาดไม่ได้เลย คือ “การลองข้ามถนน” เพราะถ้าไม่ลองให้ครบทั้ง 3 อย่างนี้ ถือว่ามาไม่ถึงเวียดนามนะ

ว่าแล้วก็จัดไปอย่าให้เสียชื่อสาวไทย เริ่มต้นจากการไปลองชิมเฝอร้านดังของเมืองไซ่ง่อน (โฮจิมินห์) ร้านเฝอ 24 ซึ่งเป็นร้านที่ บิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เคยมาชิมแล้ว เส้นเฝอที่นี่เหมือนเส้นเล็กบ้านเรา เป็นเฝอที่หน้าตาธรรมดามาก ไม่โดดเด่น เลยต้องไปตามหาร้านเฝอแบบต้นตำรับที่ร้านเฝอปาสเตอร์ ซึ่งเป็นร้านเก่าแก่ของโฮจิมินห์ ที่นี่มีดีที่น้ำซุป แทบไม่ต้องปรุง และการันตีได้จากลูกค้าที่ส่วนใหญ่เป็นคนท้องถิ่นที่มาใช้บริการจนแน่นร้าน แถมยังล้นไปถึงชั้น 3 ของร้านกันทีเดียว

เมื่อท้องอิ่มก็ถึงเวลาเดินย่อย เป้าหมายต่อไปไม่ไกลจากร้านเฝอ “ตลาดบิ่นถัน” ตลาดใหญ่ประจำถิ่น มีสินค้าให้เลือกซื้อมากมาย ตั้งแต่ของกิน ของใช้ ไปจนถึงของที่ระลึกประเภทต่างๆ รวมทั้งกาแฟขึ้นชื่อของที่นี่ “G7” ที่ใครไปใครมาต้องหิ้วติดมือกลับไปเป็นของฝาก

ปิดท้ายด้วยการลองข้ามถนนที่เวียดนาม ซึ่งกฎของการข้ามถนนในเวียดนามมีอยู่ง่ายๆ คือ “ใจกล้าไปก่อน ใจอ่อนก็รอไป” และเวลา (ตัดสินใจ) จะข้าม ต้องห้ามวิ่ง ให้เดินไปเลย แล้วรถจะหาทางหลบเราเอง

งานนี้ไม่เสียชื่อคนไทยแน่นอน เพราะได้จัดเต็มครบ 3 สิ่งต้องลองในเวียดนามแล้ว แต่ถ้าใครเคยไปแล้วแต่ยังทำไม่ครบ ไปใหม่คราวหน้าลองใหม่นะ ไม่อย่างนั้นจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า