
พลังเฟซบุ๊ก
การใช้เครื่องมือการตลาดอย่างสื่อสังคมออนไลน์ ประเภทต่างๆ อย่างเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือทวิตเตอร์ ได้เข้ามามีบทบาทในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ในบ้านเราและทั่วโลกมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้เริ่มต้นธุรกิจหน้าใหม่ หรือสตาร์ทอัพ ที่เป็นคนรุ่นใหม่ คุ้นเคยกับเทคโนโลยีต่างหันมาพึ่งพาโซเชียลมีเดียในช่วงตั้งไข่กิจการกันมากขึ้น โดยเฉพาะการเลือกใช้สื่อเฟซบุ๊กเพื่อสื่อสารกับผู้บริโภค ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย
การใช้เครื่องมือการตลาดอย่างสื่อสังคมออนไลน์ ประเภทต่างๆ อย่างเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือทวิตเตอร์ ได้เข้ามามีบทบาทในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ในบ้านเราและทั่วโลกมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้เริ่มต้นธุรกิจหน้าใหม่ หรือสตาร์ทอัพ ที่เป็นคนรุ่นใหม่ คุ้นเคยกับเทคโนโลยีต่างหันมาพึ่งพาโซเชียลมีเดียในช่วงตั้งไข่กิจการกันมากขึ้น โดยเฉพาะการเลือกใช้สื่อเฟซบุ๊กเพื่อสื่อสารกับผู้บริโภค ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก อิงก์ (Facebook Inc.) ระบุ ณ เดือน ธ.ค. 2556 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตของผู้ใช้งานเฟซบุ๊กอย่างรวดเร็วและแข็งแกร่ง โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากถึง 24 ล้านคนต่อเดือน และสูงถึง 16 ล้านคนต่อวันทีเดียว
อัตราการเติบโตดังกล่าวนี่เอง ที่ทำให้เฟซบุ๊กเห็นศักยภาพจากจำนวนผู้ใช้งานเฟซบุ๊กในไทย โดยเฉพาะการโฆษณาบนเฟซบุ๊กที่จะเข้ามาช่วยส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจเอสเอ็มอีในไทย จากจำนวนผู้ใช้งานที่กล่าวไว้ข้างต้น หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 40% ของจำนวนประชากรทั้งหมด โดยมีจำนวนผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีมากถึงเกือบ 3 ล้านราย ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการเข้าไปสนับสนุนภาคธุรกิจให้ได้รับประโยชน์จากการใช้แพลตฟอร์มของเฟซบุ๊กอย่างเต็มที่เช่นกัน
ด้วยเทรนด์การสื่อสารในปัจจุบันกลับมาให้ความสำคัญต่อการตลาดแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น จากการที่เราสามารถระบุตัวตนของผู้ใช้งาน การสื่อสารที่สามารถเผยแพร่ได้อย่างกว้างขวาง และการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนนั่นเอง







