
ผลตอบแทนและความเสี่ยง
ปูกะตอย : สวัสดีจ้า
ปูกะตอย : สวัสดีจ้า
โนฮาว : สวัสดีครับ
ปูกะตอย : นี่ สงสัยการลงทุนปีนี้คงคาดหวังอะไรไม่มากนัก
โนฮาว : ทำไมเหรอ
ปูกะตอย : อ้าว ก็ดูสิ นี่ผ่านมาไตรมาสหนึ่งแล้ว รู้สึกว่าผลตอบแทนยังทรงๆ ทรุดๆ อยู่เลย
โนฮาว : เป็นเรื่องปกตินี่ ถ้าเรื่องลงทุนแล้ว ผลตอบแทนก็ย่อมคู่กับความเสี่ยง ยังไม่ชินอีกเหรอ
ปูกะตอย : ชินแล้ว แต่รู้สึกความเสี่ยงอยู่กับเรานานเกินไปมั้ย ผลตอบแทนเลยไม่มาสักที
โนฮาว : จะว่าไปแล้ว นักลงทุนบางคนก็ยังงงๆ อยู่นะ อย่างเช่น หลายคนยังเข้าใจว่าการลงทุนที่มีความเสี่ยง หมายถึงลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ ความจริงแล้วการลงทุนที่มีความเสี่ยง หมายถึงการที่เรานำเงินออมทั้งหมดที่มีอยู่ไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ที่สำคัญไม่มีการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสมเลย อย่างเช่น ถ้านำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์สัก 70% 80% แล้วเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง และไม่มีการกระจายการลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยง อันนี้ถือว่าการลงทุนมีความเสี่ยงสูง แต่ถ้าลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง แต่มีการกระจายการลงทุนหรือป้องกันความเสี่ยงที่ดี อันนี้เรียกว่าเป็นนักลงทุนที่เข้าใจความเสี่ยง หรือไม่กลัวความเสี่ยง
ปูกะตอย : จริงดิ
โนฮาว : ข้อมูลจาก บลจ.กรุงศรี บอกเอาไว้ว่าความเสี่ยงที่ต้องคิดตลอดก็คือ คนเราสามารถเกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดความเสี่ยงได้ตลอดเวลา ซึ่งเราจัดการกับความเสี่ยงนี้ได้ แต่กำจัดไม่ได้ ถัดมาการที่เราไม่กล้าเผชิญและจัดการกับความเสี่ยงนั่นคือ ความเสี่ยงที่สุด และสุดท้ายเลย การลงทุนมีความเสี่ยง
ปูกะตอย : ถูกต้องที่สุดเลย
โนฮาว : ถัดมาก็คือ หลายๆ คนมองว่าสินทรัพย์ที่เรียกว่าไม่มีความเสี่ยงก็ยังมีความเสี่ยง อย่างเช่น พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง ความจริงแล้วก็มีความเสี่ยงนะ นั่นคือ ความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อที่อาจจะสูงกว่าผลตอบแทน
ปูกะตอย : อันนี้ก็จริง
โนฮาว : ถ้าเข้าใจแบบนี้แล้ว อย่าหวังเก็งกำไรไปวันๆ ซึ่งบอกได้เลยว่าตลาดวันนี้ไม่เหมาะกับการลงทุนระยะสั้นๆ หรอก เราต้องหนักแน่น อดทน และมองการลงทุนระยะยาวๆ
ปูกะตอย : จ้า งั้นวันนี้ขอตัวก่อนนะ บ๊าย บาย







