
"ซุปเปอร์แวร์" รุกหนักอาเซียนปั้นเอสเนเจอร์ลุยสินค้าเกษตร
กว่า 40 ปี มาแล้วสำหรับการดำเนินธุรกิจขายตรง “ซุปเปอร์แวร์ ไดเร็คเซล” ในตลาดเมืองไทย และก้าวต่อไปข้างหน้า สนั่น อังอุบลกุล หัวเรือใหญ่ ซุปเปอร์แวร์ ไดเร็คเซล ได้วางหมากปลุกปั้นเอสเนเจอร์ (SNatur) ธุรกิจขายตรงหลายชั้นไปเปิดตลาดอาเซียนอย่างจริงจัง หลังจากเปิดธุรกิจในไทยมา 56 ปี และสามารถแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัว
กว่า 40 ปี มาแล้วสำหรับการดำเนินธุรกิจขายตรง “ซุปเปอร์แวร์ ไดเร็คเซล” ในตลาดเมืองไทย และก้าวต่อไปข้างหน้า สนั่น อังอุบลกุล หัวเรือใหญ่ ซุปเปอร์แวร์ ไดเร็คเซล ได้วางหมากปลุกปั้นเอสเนเจอร์ (SNatur) ธุรกิจขายตรงหลายชั้นไปเปิดตลาดอาเซียนอย่างจริงจัง หลังจากเปิดธุรกิจในไทยมา 56 ปี และสามารถแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัว
สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาชนะซุปเปอร์แวร์ เปิดเผยว่า แผนดำเนินธุรกิจขายตรงหลายชั้นของเอสเนเจอร์ในปีนี้ บริษัทยังมุ่งเน้นการขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะในอาเซียน เพราะมีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก โดยจะเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าทางการเกษตรและกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นหลัก
ขณะที่กลุ่มสินค้าของใช้ส่วนบุคคล อาทิ ยาสีฟัน ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว จะไม่ค่อยให้ความสำคัญมากนัก เนื่องจากกลุ่มสินค้าที่บริษัทไม่มีความถนัดหรือเชี่ยวชาญ โดยจะเข้าไปรุกตลาดในพม่า เวียดนาม และลาวอย่างต่อเนื่อง หลังจากปีที่ผ่านมาได้เปิดตัวสินค้าในตลาด และได้รับการตอบรับที่ดี
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้บริษัทหันมารุกตลาดต่างประเทศมากกว่าการทำตลาดภายในประเทศ เนื่องจากภาพรวมธุรกิจขายตรงในไทยปีนี้ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตไม่ถึง 5% หรือถ้าถึงก็ถือว่าดีมากแล้ว จากผลพวงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศมีแนวโน้มเติบโตไม่ถึง 3% กำลังการซื้อของผู้บริโภคลดลงฉุดให้ธุรกิจขายตรงชะลอการเติบโต
“ความท้าทายการทำธุรกิจขายตรง โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์การเกษตรคงหนีไม่พ้นกำลังการซื้อชาวนาไม่ดี เพราะได้รับผลกระทบจากโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งเป็นฐานลูกค้าของเรา อีกทั้งปีนี้มีแนวโน้มว่าจะเกิดภัยแล้ง หนทางที่ผลักดันให้ธุรกิจของเราเติบโตจึงต้องมองหาโอกาสตลาดใหม่” สนั่น กล่าว
หากย้อนไปเมื่อในอดีต ซุปเปอร์แวร์กลายเป็นภาชนะแพร่หลายได้ทุกวันนี้ กระทั่งกลายมาเป็น เจเนอริกเนม ก็เพราะเราสร้างขาธุรกิจขายตรง นำซุปเปอร์แวร์ภาชนะจาน ชาม ถ้วย ไปจำหน่ายใน รูปแบบขายตรง เคาะประตูตามบ้าน หลายครั้งที่ธุรกิจประสบกับปัญหากระแสข่าวเมลามีน แต่เราก็สามารถพลิกวิฤกตให้เป็นโอกาสได้ โดยการสื่อสารให้ผู้บริโภคเข้าใจถึงความแตกต่างทางด้านคุณภาพและความปลอดภัย
ในส่วนกลยุทธ์การตลาดซุปเปอร์แวร์ ยุคนี้ต้องสร้างสินค้าเป็นไลฟ์สไตล์ดีไซน์ เน้นออกแบบลวดลายต่างๆ บนบรรจุภัณฑ์ให้เข้ากับผู้บริโภค เพื่อทำให้คนไม่รู้สึกว่าซื้อเมลามีนมาใช้ ขณะเดียวกันยังผลักดันให้ธุรกิจศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ เติบโตยั่งยืน โดยปัจจุบันซุปเปอร์แวร์ ไดเร็คเซล มีสมาชิกเข้าร่วม 2.5 หมื่นราย และจากภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ก็มีโอกาสที่คนจะก้าวเข้าสู่อาชีพขายตรงเพื่อเป็นอาชีพเสริมเพิ่มขึ้น
นับจากนี้ไปอีก 5 ปีข้างหน้านี้ ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ วางเป้าหมายมีรายได้แตะ 2 หมื่นล้านบาท โดยรายได้กลุ่มธุรกิจขายตรง ทั้งซุปเปอร์แวร์และเอสเนเจอร์จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจ สิ้นปีนี้กลุ่มขายตรงทั้งสองแบรนด์ตั้งเป้ามีอัตราการเติบโต 40% จากปีที่ผ่านมามีรายได้ 1,400 ล้านบาท เติบโต 5% ปัจจัยที่ผลักดันการเติบโตมาจากการขยายตลาดต่างประเทศมุ่งส่งออกเพิ่มถึง 50%







