
ซื้อรถ 4,000 คัน
ท่ามกลางวิกฤตรายได้ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากสัมปทานจากบริษัท เอไอเอส ปีละ 2 หมื่นล้านบาท ที่ต้องนำส่งสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และรายได้จากการดำเนินงานที่พลาดเป้าต่อเนื่อง
ท่ามกลางวิกฤตรายได้ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากสัมปทานจากบริษัท เอไอเอส ปีละ 2 หมื่นล้านบาท ที่ต้องนำส่งสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และรายได้จากการดำเนินงานที่พลาดเป้าต่อเนื่อง
แต่ฝ่ายบริหารของบริษัท ทีโอที ยังมีแก่ใจเสนอของบประมาณไปที่คณะกรรมการในวงเงิน 3,215 ล้านบาท ถือว่าสูงลิ่ว
เงินดังกล่าวจะนำไปจัดซื้อรถยนต์เพื่อใช้ในกิจการทีโอที จำนวน 3,981 คัน!!!
ฮัดช้า...รถยนต์เกือบ 4,000 คัน ที่ฝ่ายบริหารเสนอขอซื้อนั้นไม่ได้บ่งชัดว่าจะเอาไปใช้ทำอะไร อย่างไรบ้าง
แต่สืบทราบมาว่า ในภาพรวมมีการแยกประเภทการใช้ออกไป 20 ประเภท
ยังดีที่ พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ประธานคณะกรรมการ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ สั่งตีกลับแผนดังกล่าวในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ทีโอที ครั้งล่าสุดวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา
ที่ประชุมคณะกรรมการเห็นว่า ฝ่ายบริหารควรไปทบทวนความจำเป็นในการจัดหารถยนต์จำนวนดังกล่าว ว่า มีความคุ้มค่าและจำเป็นมากน้อยแค่ไหน ถึงต้องจัดหาทั้งหมดรวดเดียว 3,981 คัน
โดยเฉพาะในยุคที่บริษัท ทีโอที ต้องพึงสำนึกถึงเงินในกระเป๋าให้มาก เพราะรายได้บริษัท ทีโอที ในงวดเดือน ม.ค. ก็หายไปเกือบ 200 ล้านบาท หากเทียบกับช่วงเดียวกันกับปี 2556
แถมโครงการต่างๆ ก็สะดุดจากการที่ไร้รัฐบาลและพันธมิตรเอกชนที่เป็นความหวังก็ดูเหมือนจะโบกมือลาบ๊ายๆ ไปซะแล้ว
สถานการณ์ของบริษัท ทีโอที หรือ (TOT) กำลังกลายเป็นเด็กน้อยง่อยเปลี้ย
ลำพังจะเลี้ยงตัวเองยังลำบาก ยังจะอุตส่าห์ทุ่มเงินก้อนมหาศาลไปซื้อรถให้เป็นภาระอีก เลยต้องรัดกุมหน่อย
ถามกันให้ควั่กว่า ใครเป็นต้นคิดและออกแรงผลักดันสหภาพฯ ช่วยตรวจสอบโหน่ยพี่น้อง







