
บินไทยยังคุกรุ่น หวัง ‘ประจิน’ สงบศึก
เสียงปรบมือของพนักงาน บริษัท การบินไทย ดังกึกก้องต้อนรับ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่เข้ารับตำแหน่งประธานบอร์ดการบินไทยคนใหม่ เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา
เสียงปรบมือของพนักงาน บริษัท การบินไทย ดังกึกก้องต้อนรับ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่เข้ารับตำแหน่งประธานบอร์ดการบินไทยคนใหม่ เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา
“พนักงานทุกคนดีใจและพร้อมให้ความร่วมมือในการทำหน้าที่ของประธานบอร์ดคนใหม่ เพื่อช่วยนำพาการบินไทยได้ผลประกอบการที่ดี” กัปตันพงศ์ภีระ ไพศาลกุลวงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายความปลอดภัยและความมั่นคงและมาตรฐานการบิน พูดกับ พล.อ.อ.ประจิน ท่ามกลางพนักงานหลายร้อยคน
แต่ฟากหนึ่ง อดีตประธานบอร์ดการบินไทยที่ชื่อ อำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี กลับต้องเผชิญกับเสียงนกหวีดขับไล่และป้ายต่อต้านจากกลุ่มสหภาพรัฐวิสาหกิจการบินไทย นำโดย ดำรงค์ ไวยคณี ประธานสหภาพและสมาชิกสหภาพกลุ่มใหญ่ ที่แสดงพลังคัดค้านไม่ให้อำพนกลับเข้ามาเป็นกรรมการบริษัท การบินไทย อีกสมัยหลังพ้นวาระในเดือน เม.ย.นี้
“คุณอำพนเป็นประธานบอร์ดมา 5 ปี แต่การบินไทยไม่มีอะไรดีขึ้น การบินไทยที่เคยเป็นสายการบินที่ดีที่สุด 1 ใน 5 ของโลก แต่วันนี้ไม่รู้หล่นไปอยู่อันดับไหนแล้ว และปีที่แล้วบริษัทมีผลประกอบการขาดทุน 1.2 หมื่นล้านบาท เทียบกับสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์สที่มีกำไรปีที่แล้วเป็นหมื่นๆ ล้าน” ดำรงค์ ระบุ
การกลับเข้ามาเป็นบอร์ดการบินไทยของอำพนรอบนี้ น่าจะเป็นหนังม้วนยาวแน่แต่ก็ชวนให้ติดตาม สำหรับความเคลื่อนไหวในองค์กรผลประโยชน์แห่งนี้
เพราะล่าสุดคณะกรรมการสรรหากรรมการบริษัท การบินไทยฯ มีมติจะเสนอชื่ออำพน ให้ผู้ถือหุ้นเห็นชอบในการกลับเข้ามาเป็นกรรมการอีกวาระ เนื่องจากมีคุณสมบัติที่โดดเด่น เป็นเลขาธิการสภาพัฒน์มา 6 ปี เป็นบอร์ดคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) 6 ปีเต็ม เป็นกรรมการกฤษฎีกา และผ่านประสบการณ์ด้านการบริหารมาอย่างโชกโชน
“วันนี้ผมขอลา ไม่เข้าประชุมบอร์ด เพราะไม่อยากเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้งในองค์กร ส่วนกรรมการสรรหาจะเลือกผมกลับมาหรือไม่ ผมไม่รู้ และคงจะไม่ตอบอะไรในตอนนี้” อำพน ให้สัมภาษณ์
แต่ที่แน่ๆ ความเป็นไม้เบื่อไม้เมาระหว่างอำพนกับสหภาพการบินไทยมีมายาวนานยังคงอยู่ต่อไป เพราะอำพน ซึ่งถูกสหภาพฯ มองว่าเป็นคนที่ฝ่ายการเมืองส่งมาควบคุมผลประโยชน์ในบริษัท การบินไทย และอำพนต้องเจอแรงต้านจากสหภาพฯ มาตั้งแต่ครั้งประธานสหภาพชื่อ แจ่มศรี สุกโชติรัตน์ น้องสาว พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่และพี่เลี้ยง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในสมัยได้ทุนเรียนดอกเตอร์ที่สหรัฐ
พล.ต.ท.วิเชียรโชติ ถึงกับเคยเอ่ยปากบอกผู้เป็นน้องสาวว่า “อยากขอร้องให้คุยกันดีๆ”
สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหลังๆ ที่มีม็อบนกหวีด พนักงานการบินไทยท้าทายอำพนด้วยระดมพลเป่านกหวีดหน้าอาคารสำนักงานใหญ่ แต่อำพนเลือกที่จะนิ่ง เพราะไม่ต้องการเข้าไปพัวพันกับการประท้วง หลัง สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวถึงอำพนบนเวทีปราศรัยอยู่บ่อยครั้ง
“เหตุผลที่สหภาพฯ ต่อต้านอำพน อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้อำพนสั่งตั้งกรรมการสอบผู้บริหารที่เป็นคนของสหภาพ 2 คน และสั่งสอบสวนเรื่องต่างๆ อีกหลายกรณี เช่น การจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัส A380 และกรณีการทำสัญญาเช่าโรงแรมให้นักบินและลูกเรือพักในไฟลต์บินต่างประเทศ” แหล่งข่าวการบินไทย ระบุ
ในขณะที่ข้อมูลที่มาจากสหภาพฯ กลับแตกต่างกัน
“ตอนนี้ บริษัท การบินไทย มีที่ปรึกษาที่จ้างจากภายนอกเยอะมาก อย่างที่ปรึกษากฎหมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคนที่นายอำพนแต่งตั้งมาทั้งนั้น รับเงินเดือนเดือนละ 3 หมื่นบาท และได้เบี้ยประชุมครั้งละ 1 หมื่นบาท วันนี้นิติกรบริษัทที่รับเงินเดือนเป็นแสนทำหน้าที่เป็นแค่แมสเซ็นเจอร์” พนักงานสหภาพฯ ระบุ
นอกเหนือข้อกล่าวหาที่ว่า อำพนใช้อำนาจบอร์ดแต่งตั้งตัวเองเป็นประธานขับเคลื่อนการจัดตั้งสายการบินไทยสไมล์ และแต่งตั้งตัวเองเป็นประธานบินไทยสไมล์ ซึ่งสหภาพฯ มองว่า “มีผลประโยชน์ทับซ้อน”
การเข้ามาเป็นประธานบอร์ดการบินไทย ในยุคที่องค์กรมีความขัดแย้งภายในสูงของ พล.อ.อ.ประจิน ถือว่าหนักหนาไม่น้อย ทั้งการแก้ปมขัดแย้งภายในและการฟื้นผลประกอบการการบินไทยให้กลับมาเป็นบวก
“ท่านประจินเป็นความหวังของคนการบินไทย เพราะท่านเป็นทหารน่าจะยึดผลประโยชน์ของชาติ เพราะรู้จักอิ่ม รู้จักอาย และรู้จักพอ ไม่เหมือนนักการเมือง และปัญหาที่คนการบินไทยเจอในตอนนี้ จะต้องถึงหูท่านประจินแน่นอน” ดำรงค์ ทิ้งท้าย







