
รถไฟเร็วสูงที่มีกำไร
พุธที่แล้ว ผมทิ้งท้ายไว้ว่ารถไฟความเร็วสูงที่รัฐบาลคิดจะสร้าง เช่น สายกรุงเทพฯเชียงใหม่ แม้จะมีผู้โดยสารใช้ 9 ล้านเที่ยวคน/ปีและเก็บค่าโดยสารคนละ 1,862 บาทต่อเที่ยวนั้น ค่าโดยสารที่เก็บได้ทั้งหมดจะไม่ถึง 40% ของค่าลงทุนก่อสร้างเกือบๆ 4 แสนล้านบาท
พุธที่แล้ว ผมทิ้งท้ายไว้ว่ารถไฟความเร็วสูงที่รัฐบาลคิดจะสร้าง เช่น สายกรุงเทพฯเชียงใหม่ แม้จะมีผู้โดยสารใช้ 9 ล้านเที่ยวคน/ปีและเก็บค่าโดยสารคนละ 1,862 บาทต่อเที่ยวนั้น ค่าโดยสารที่เก็บได้ทั้งหมดจะไม่ถึง 40% ของค่าลงทุนก่อสร้างเกือบๆ 4 แสนล้านบาท
รัฐบาลนำเสนอว่าอย่าไปดูเฉพาะเรื่องค่าโดยสาร แต่ขอให้ดูผลประโยชน์ทางอ้อม เช่น การประหยัดพลังงาน การลดการเกิดอุบัติเหตุ การขนผักสด ขนไข่ไก่จากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพฯ รวมกันแล้ว รัฐบาลบอกคุ้มที่จะสร้าง ก็จริงนะครับที่รัฐบาลบอก เพราะเวลาจะลงทุนในโครงการอะไรก็ตามรัฐบาลควรจะคิดถึงผลทางบวกด้านอื่นที่มีต่อสังคม นอกเหนือจากผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ
แต่ที่รัฐบาลควรจะบอกประชาชนด้วยก็คือ เวลาประเทศอื่นๆ จะสร้างรถไฟความเร็วสูงหรือไม่สูงก็ตาม รัฐบาลหรือการรถไฟประเทศนั้นๆ จะพยายามเก็บเอามูลค่าที่เพิ่มขึ้นของอสังหาริมทรัพย์ตามทางรถไฟและสถานีต่างๆ มาชดเชยผลขาดทุนการลงทุนในการสร้างรถไฟ
ขอยกตัวอย่างการสร้างแอร์พอร์ตเอกซ์เพรสของฮ่องกงที่ประเมินว่าเป็นโครงการสร้างรถไฟเชื่อมสนามบินกับเมืองที่ดีที่สุดโครงการหนึ่งของโลก
เรื่องแรกที่เราควรเรียนรู้จากฮ่องกงคือ การสร้างสถานีรถไฟจะต้องเชื่อมโยงกับการขนส่งระบบอื่นๆ อย่างสมบูรณ์ เช่น ระบบรถไฟใต้ดิน แท็กซี่ รถเมล์ เพราะการนั่งรถสาธารณะเช่นรถไฟนั้น เมื่อไปถึงสถานีปลายทาง สิ่งแรกที่เรามองหาคือจะเดินทางต่อไปยังจุดหมายของเราอย่างไร? ถ้าการเดินทางต่อจากสถานีปลายทางไม่มีระบบขนส่งสาธารณะรองรับ ก็จะเหมือนสถานีแอร์พอร์ตลิงค์ บ้านเรานั่นล่ะครับ
เรื่องที่สองคือ ที่สถานีปลายทางของแอร์พอร์ตเอกซ์เพรสฝั่งเกาลูนนั้น เขาสร้างศูนย์การค้าขนาดใหญ่ สร้างตึกศูนย์กลางการค้านานาชาติสูงเป็นร้อยชั้นไว้แข่งกับตึกศูนย์กลางการเงินนานาชาติของฝั่งฮ่องกง บนชั้นร้อยกว่าๆ ขึ้นไปก็ทำเป็นโรงแรม 6 ดาวไว้คอยรองรับนักธุรกิจระดับโลกและนักท่องเที่ยว แต่โรงแรมเดียวอาจจะไม่พอรองรับเขาก็เลยสร้างโรงแรมแบบบูติก 6 ดาวอีกหนึ่งโรง ยังไม่หมดแค่นั้นนะครับ ฮ่องกงยังสร้างคอนโดมิเนียมอีกเกือบสิบตึกสูงลิบในบริเวณเดียวกัน บนชั้นดาดฟ้าของศูนย์การค้าก็ทำร้านอาหารเก๋ๆ ไว้ให้คนมาพักผ่อนหย่อนใจ
โครงการทั้งหมดนั้นองค์การรถไฟฟ้าฮ่องกงมีหุ้นอยู่ทุกโครงการเลยนะครับ เพราะฉะนั้นกำไรจากโครงการจะเป็นรายได้สำคัญที่เอามาชดเชยค่าก่อสร้างระบบรถไฟฟ้าซึ่งสูงมากทำให้คิดค่าโดยสารถูกๆได้ แต่ในเมืองไทยเรามีใครเคยได้ยินมั้ยครับว่ารัฐบาลหรือรถไฟไทยได้เตรียมทำเรื่องอะไรแบบนี้เพื่อลดการขาดทุนของโครงการบ้าง? ไม่มีใครพูดเรื่องแบบนี้ เพราะโครงการแบบนี้น่ะ เงินทั้งนั้น นักการเมืองมือยาวกับนักธุรกิจมือยาวเขาร่วมมือกันเก็บเงียบไว้กินรวบกันเอง
ที่ต้องขีดเส้นใต้เอาไว้ตรงนี้ให้ชัดเจนก็คือ แม้ว่าการวางแผนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อเอากำไรมาชดเชย การขาดทุนจากการลงทุนสร้างรถไฟจะเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือประเทศที่เขาฉลาดๆ เขาจะวางแผนพัฒนาเมืองให้ดีเสียก่อนแล้วเขาจึงค่อยวางแผนสร้างรถไฟนะครับ อย่างที่ฮ่องกงตรงสถานีแอร์พอร์ตเอกซ์เพรสฝั่งเกาลูน เขากำลังเร่งก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมกับเมืองใหญ่ๆ ของจีนแผ่นดินใหญ่ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ฯลฯ ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จจะทำให้ฮ่องกงมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ในฐานะที่วางตำแหน่งตัวเองเป็นศูนย์กลางการค้าการเงินของเอเชียและประตูเชื่อมจีนแผ่นดินใหญ่
ตำแหน่งของประเทศบนแผนที่การแข่งขันโลกนี่แหละครับที่ต้องเป็นตัวกำหนดเส้นทางรถไฟทั้งสำหรับขนคนและขนของ เพราะตำแหน่งของประเทศจะบอกว่าเราควรจะมีแผนพัฒนาเมืองแบบไหน เมืองไหนของประเทศจะทำอะไรบ้าง รถไฟทั้งหลายจะมาเสริมการพัฒนาเมืองอย่างไรจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด
คำถามที่ต้องการคำตอบอย่างยิ่งจากรัฐบาลในเวลานี้จึงไม่ใช่ว่าเราต้องการรถไฟความเร็วสูงหรือไม่ แต่เป็นคำถามที่ว่าตำแหน่งของประเทศไทยบนแผนที่การแข่งขันโลกอยู่ตรงไหนครับ?







