posttoday
‘สิ่งทอ’ย้ายตั้งรง.เวียดนาม

‘สิ่งทอ’ย้ายตั้งรง.เวียดนาม

25 มีนาคม 2557

ลดต้นทุนผลิตรับมือแข่งขันสูงลูกค้าลดออร์เดอร์แล้วกว่า50%

ลดต้นทุนผลิตรับมือแข่งขันสูงลูกค้าลดออร์เดอร์แล้วกว่า50%

อุตสาหกรรมสิ่งทอรอดยาก ต้นทุนพุ่ง ออร์เดอร์หด ผู้ผลิตเตรียมย้ายฐานผลิตไปเวียดนาม หนีต้นทุนค่าแรงพุ่งแข่งลำบาก ลุยพัฒนาสินค้าใหม่เพิ่มรายได้

นายโจนาธาน อุย ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ บริษัท โฟร์สตาร์ การ์เมนท์ แอนด์ เท็กซ์ไทล์ โรงงานผู้ผลิตเครื่องนุ่งห่มเพื่อการส่งออกในฐานะรุ่น 2 กิจการครอบครัว เปิดเผยว่า นับจากนี้ไปอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มสิ่งทอในไทยจะอยู่ลำบากขึ้น เห็นได้ชัดจากปัจจัยลบค่าแรงขั้นต่ำที่ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อต้นปี 2556 ที่ผ่านมา ทำให้ต้นทุนการดำเนินกิจการในภาพรวมของโรงงานบริษัทปรับเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 30%

สำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังทำให้โรงงานผู้ผลิตสิ่งทอในไทยมีการแข่งขันสูงขึ้นระหว่างผู้ประกอบการประเภทเดียวกันในประเทศอื่นๆ ที่มีค่าแรงต่ำกว่าจากการเสนอราคารับงานคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) ที่มาจากเจ้าของสินค้าต่างประเทศ ซึ่งเมื่อมีการเปรียบเทียบการเสนอราคาจากโรงงานผู้ผลิตในไทยจะมีราคาสูงกว่าคู่แข่งการค้าถึง 34 เท่าตัว โดยปีที่ผ่านมาออร์เดอร์บริษัทหายไปกว่า 50% และไม่มีกำไรเป็นครั้งแรก

ทั้งนี้ บริษัทเตรียมปรับตัวพร้อมย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยประเทศที่มีแนวโน้มเข้าไปลงทุนมากที่สุดคือ เวียดนาม ทั้งเพื่อลดต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะค่าแรงและสิทธิประโยชน์ทางภาษีพิเศษ จีเอสพี (GSP) จากประเทศที่พัฒนาแล้วให้แก่สินค้าที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศที่กำลังพัฒนา เพื่อลดหย่อนหรือยกเว้นอากรขาเข้าแก่สินค้าในการส่งออกต่างประเทศ คาดมีความชัดเจนการย้ายโรงงานในปีนี้

นายโจนาธาน กล่าวว่าในฐานะรุ่น 2 ธุรกิจโรงงานผู้ผลิตสิ่งทอไทย เห็นว่าสิ่งที่จะต้องเร่งดำเนินการภายใต้ภาวะการณ์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงจากการที่ประเทศไทย ไม่ใช่ฐานการผลิตเครื่องนุ่งห่มที่มีต้นทุนที่ถูกอีกต่อไปนับจากนี้ คือ “ผู้ประกอบการควรหันมาปรับการจัดการภายในโรงงาน โดยลดต้นทุนการผลิตให้ต่ำสุด ซึ่งบริษัทได้มุ่งการลดของเสียจากการผลิต เช่น การใช้ผ้าเพื่อตัดเย็บให้ได้ชิ้นงานที่ตรงตามคุณภาพมากที่สุด

นอกจากนี้ ยังจะมุ่งและให้ความสำคัญด้านการเป็นผู้รับจ้างผลิตสินค้าให้กับแบรนด์อื่น (โออีเอ็ม) และการเป็นผู้ผลิตและออกแบบสินค้าเอง (โอดีเอ็ม) ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของกิจการครอบครัว” นายโจนาธาน กล่าวพร้อมมองในเรื่องของการเป็นผู้ผลิตและสร้างแบรนด์สินค้า(โอบีเอ็ม) ด้วยในอนาคตหากธุรกิจมีความพร้อมในเรื่องของทีมงานออกแบบสินค้า เพื่อสร้างโอกาสในการทำตลาดได้มากขึ้น จากข้อได้เปรียบด้านเทคโนโลยีการผลิตที่มีอยู่ในปัจจุบัน

พร้อมกันนี้ บริษัทยังได้เข้าร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ด้วยการนำเศษผ้าเหลือใช้ที่มีอยู่จำนวนมากหรือราว 10% ของปริมาณผ้าผืนที่ใช้ในโรงงานปัจจุบันอยู่ที่ 4050 ตันต่อเดือน มาผลิตเป็นสินค้าใหม่ในกลุ่มของแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ ภายใต้ชื่อ “อัพ ไซคลิง” โดยปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ 2 รูปแบบหลัก คือ พรมเช็ดเท้า และเก้าอี้นั่ง บีน แบ็ค และจะขยายไลน์สินค้าใหม่เพิ่มในอนาคต

อย่างไรก็ตาม สินค้าใหม่ดังกล่าวยังอยู่ในช่วงการพัฒนาเพื่อเตรียมเข้าสู่ตลาด ซึ่งในช่วงแรกจะแนะนำสินค้าใหม่ผ่านงานแสดงสินค้าระดับสากล เช่น งาน TIFF 2014 และงาน BIFF & BILL 2014 ระหว่างวันที่ 12-16 มี.ค.ที่ผ่านมา ณ อิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งจากการปรับแผนธุรกิจต่างๆ ในปีนี้ บริษัทคาดว่าจะทำให้มีทิศทางการขยายการทำตลาดใหม่ๆ ในอนาคต และอาจมีกำไรคืนกลับมา

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล