posttoday
กำไรบจ.ทรุดหนัก

กำไรบจ.ทรุดหนัก

25 มีนาคม 2557

ดีบีเอสชี้ไตรมาส1ปัจจัยลบไม่ดีขึ้นจากสิ้นปีผลสำรวจโบรกฯกดกำไรต่อหุ้นอีกแล้ว

ดีบีเอสชี้ไตรมาส1ปัจจัยลบไม่ดีขึ้นจากสิ้นปีผลสำรวจโบรกฯกดกำไรต่อหุ้นอีกแล้ว

ดีบีเอส วิคเคอร์ส คาดกำไร บจ.ไตรมาสแรกปีนี้ทรุด ชี้การเมืองเศรษฐกิจแย่กว่าไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา

นางอาภาภรณ์ แสวงพรรค ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในเบื้องต้น บล.ดีบีเอส ประมาณการว่ากำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไตรมาสแรกปีนี้จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 2.4 แสนล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองยังไม่ดีขึ้นจากไตรมาส 4 ปี 2556 ซึ่งในช่วงนั้น บจ.มีกำไรสุทธิเพียง 1.8 แสนล้านบาท

นอกจากนั้น เมื่อพิจารณาผลดำเนินงานของบริษัทบางกลุ่มที่ดีบีเอสฯ วิเคราะห์ ยังพบว่ากำไรไตรมาสแรกยังลดลงเล็กน้อยจากไตรมาส 4 ปี 2556 อีกด้วย

ด้านผลสำรวจจากโบรกเกอร์ต่างชาติของบลูมเบิร์กถึงกำไรต่อหุ้น บจ.ไทยในปี 2557 ช่วง 2 วันที่ผ่านมา อยู่ที่ 105.75 บาท ลดลงจากช่วงต้นปีที่ 111.52 บาท หรือลดลง 5.17% สะท้อนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกปีนี้ จากความยืดเยื้อทางการเมือง เพราะกำไรต่อหุ้นเข้าสู่กรณีเลวร้ายที่สุดของนักวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)

ทั้งนี้ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ประมาณการอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นปี 2557 ที่ 9.89% กรอบการซื้อขายสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ควรอยู่ระหว่าง 11-13 เท่า แต่ขณะนี้ดัชนีหุ้นซื้อขายที่ 14 เท่า นับว่ามูลค่าของตลาดหุ้นไทยตึงมาก ซึ่งน่าจะสร้างความผันผวนของดัชนีที่มากขึ้น

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาซื้อหุ้นไทยแล้วในเดือน มี.ค. ประมาณ 5,000 ล้านบาท จากที่เดือนม.ค.ก.พ. ขายไป 3.3 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ การกลับมาของเงินทุนต่างชาติเดือน มี.ค.นี้ น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีของตลาดหุ้นไทย ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากทิศทางที่ชัดเจนของคิวอี ขณะเดียวกันเริ่มมีความแน่นอนจากสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น ทั้งจากการเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และศาลรัฐธรรมมนูญมีการวินิจฉัยการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เป็นโมฆะ โดยไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ทั้งนี้ปี 2556 ต่างชาติได้ขายหุ้นไทยไป 1.2 แสนล้านบาท

ปัจจุบันแรงขายหุ้นของนักลงทุนต่างชาติน่าจะเหลือน้อยลง เพราะขายไปแล้วเกือบเท่ากับจำนวนที่เข้ามาตลาดหุ้นไทยตั้งแต่หลังเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์เกือบ 2.3 แสนล้านบาท แต่ก็ต้องรอดูบจ.ประกาศงบไตรมาสแรกปี 2557 เพราะจะเริ่มเห็นผลกระทบที่ชัดเจน

ขณะเดียวกัน โอกาสนี้มองว่าเป็นจังหวะของนักลงทุนระยะยาวที่จะเข้าไปเก็บหุ้นที่มีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ส่วนนักลงทุนระยะสั้นและกลางควรดูจังหวะการลงทุนให้ดี

ด้านตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรงถึง 10.60 จุด หรือ 0.78% ดัชนีปิดที่ 1,349.90 จุด สวนทางกับตลาดหุ้นเอเชียเพราะนักลงทุนสถาบันในประเทศอ่อนไหวกับสถานการณ์การเมือง ขายออกมากถึง 1,147 ล้านบาท ขณะที่ต่างชาติซื้อ 940 ล้านบาท

หุ้นที่ปรับตัวลงแรง ได้แก่ บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) ดิ่งกว่า 6.5% ปิดที่ 7.85% หลังจากการตั้งกองทุนโครงสร้างล่าช้าออกไปจากที่กำหนดไว้ในไตรมาส 2 แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อพื้นฐาน กำไรยังคงเติบโตสูง และคงแนะนำให้ “ซื้อ”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท