posttoday
ล็อกซเล่ย์ ควงเอสเอ็มอีไทยเจาะตลาดใหญ่ จีน-ซีแอลเอ็มวี

ล็อกซเล่ย์ ควงเอสเอ็มอีไทยเจาะตลาดใหญ่ จีน-ซีแอลเอ็มวี

24 มีนาคม 2557

ด้วยระยะเวลาไม่ถึง 1 ปีนับจากนี้ ที่ประเทศไทยและอีก 9 ประเทศสมาชิกอาเซียน เตรียมรวมเป็นตลาดเดียวภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

ด้วยระยะเวลาไม่ถึง 1 ปีนับจากนี้ ที่ประเทศไทยและอีก 9 ประเทศสมาชิกอาเซียน เตรียมรวมเป็นตลาดเดียวภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในสิ้นปี 2558 ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาคธุรกิจ องค์กรขนาดใหญ่ รวมถึงผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี ต่างออกมาเช็กสภาพความพร้อมทางธุรกิจ โดยเฉพาะจับคู่ธุรกิจก่อนขยายตลาดใหม่ร่วมกัน

ณัฐพล เดชวิทักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการค้าระหว่างประเทศ บริษัท ล็อกซเล่ย์ เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมแผนพัฒนาศักยภาพพันธมิตรธุรกิจหรือคู่ค้าผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี) ไทย ในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปี 2558 ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งตลาดการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญของไทย ภายใต้ฝ่ายพัฒนาธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ บริษัทจะใช้จุดแข็งจากประสบการณ์ต่างๆ ในสำนักงานประจำ 5 ประเทศหลักที่ทำการค้าระหว่างประเทศในขณะนี้ คือ จีน และกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ประกอบด้วย กัมพูชา สปป.ลาว พม่า และเวียดนาม ซึ่งในแต่ละประเทศมีโอกาสการเติบโตทางธุรกิจสูง แต่จะมีเงื่อนไขในการทำตลาดที่แตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะการตีความข้อกฎหมาย กฎระเบียบ การนำเข้าส่งออก ระบบการขนส่งและการกระจายสินค้า (โลจิสติกส์) หรือการหีบห่อบรรจุภัณฑ์สินค้า ฯลฯ เป็นต้น

“อย่างการทำตลาดในจีน เจ้าของสินค้าจะต้องขอเครื่องหมายอาหารและยา หรือ อย.ก่อน จากนั้นก็ต้องผลิตสติกเกอร์มาปิดที่ผลิตภัณฑ์อีกครั้ง หรือแม้แต่การจัดตั้งคลังหรือโกดังสินค้าในแต่ละประเทศก็แตกต่างออกไป ซึ่งบริษัทจะนำประสบการณ์ในการทำการค้าระหว่างประเทศมาแบ่งปันให้กับเอสเอ็มอีไทย” ณัฐพล กล่าว

สำหรับกลุ่มสินค้าที่บริษัทสนใจขยายการทำตลาดร่วมกับคู่ค้าเอสเอ็มอีไทยและใน 5 ประเทศดังกล่าว แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ 1.อาหารแปรรูปหรือของว่าง และ 2.กลุ่มยานยนต์ เช่น ชิ้นส่วนอะไหล่หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ประเภทต่างๆ เพื่อใช้ในการเปิดกิจการอู่ซ่อมรถยนต์ เป็นต้น ซึ่งธุรกิจในกลุ่มหลัง บริษัทเห็นโอกาสการเติบโตสูง โดยเฉพาะในตลาดซีแอลเอ็มวี ที่กำลังซื้อขยายตัวสูงขึ้น เกิดการบริโภครถยนต์เพื่อใช้งานในประเทศมากขึ้น และเมื่อเข้าสู่เออีซีแล้ว คาดว่าจะทำให้ธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ เช่น อู่ซ่อมรถยนต์ จะขยายตัวตามไปด้วย

ปัจจุบัน บริษัทมีคู่ค้าเอสเอ็มอีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจยานยนต์ราว 100 ราย พร้อมเก็บฐานข้อมูลทางธุรกิจไว้ ซึ่งสามารถนำมาเรียกดูเพื่อพิจารณาว่าจะมีความเหมาะสมในการทำตลาดในประเทศใดบ้าง รวมถึงกลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ของไทยที่ยังมีโอกาสเติบโตอีกมากในต่างประเทศ ซึ่งเจ้าของกิจการหรือเอสเอ็มอีจะต้องเร่งปรับตัวอย่างมาก หรือมีการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการรายใหญ่มากขึ้น

สำหรับปี 2557 บริษัทวางเป้าหมายรายได้จากการทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศใน 5 ประเทศดังกล่าวอยู่ที่ 500-600 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตรายได้ 100% จากปีก่อน ด้วยฝ่ายพัฒนาธุรกิจการค้าระหว่างประเทศถือเป็นหน่วยงาน (บียู) ใหม่ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2556 โดยวางวัตถุประสงค์การทำตลาดในภูมิภาคอาเซียนอย่างจริงจังเมื่อเข้าสู่เออีซี

พร้อมกันนี้ บริษัทยังได้ร่วมเป็นพันธมิตรหลักในโครงการ “เมกา บิสซิเนส แมทชิง” จัดโดยธนาคาร กสิกรไทยและบริษัท โพสต์ พับลิชชิง เพื่อนำความรู้และประสบการณ์ด้านธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ มาต่อยอดให้กับผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อยที่สนใจขยายการทำตลาดต่างประเทศในอนาคตด้วย

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล