
ไร้ยุทธศาสตร์ (ตอน 2)
ฉบับที่แล้วผมจุดประกายทางความคิดให้คนไทยช่วยกันคิดว่า การที่ขีดความสามารถในการแข่งขันของเราสู้เพื่อนบ้านไม่ได้เป็นเพราะอะไร เป็นเพราะไทยขาดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจนต้องตั้งงบประมาณด้วยการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท มาลงทุนสร้างถนนและรถไฟฟ้ากระนั้นหรือ
ฉบับที่แล้วผมจุดประกายทางความคิดให้คนไทยช่วยกันคิดว่า การที่ขีดความสามารถในการแข่งขันของเราสู้เพื่อนบ้านไม่ได้เป็นเพราะอะไร เป็นเพราะไทยขาดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจนต้องตั้งงบประมาณด้วยการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท มาลงทุนสร้างถนนและรถไฟฟ้ากระนั้นหรือ
หรือว่าเป็นเพราะประเทศไทยขาดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการกำหนดเส้นทางเดินของประเทศ
วันนี้เรามาดูด้านการค้ากันว่า เรามียุทธศาสตร์ประเทศหรือทำงานไปแบบวันๆ ตามยถากรรม
เรารับรู้กันว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้นกว่า 70% มาจากการส่งออก และสินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มต่ำ เป็นสินค้าเกษตรขั้นพื้นฐาน สินค้าเกษตรแปรรูปประเภทอาหารและมิใช่อาหาร
ผลที่ตามมาคือทำให้ฐานสินค้าส่งออกค่อนข้างแคบขาดความหลากหลาย
ขณะเดียวกันการส่งออกของไทยยังต้องพึ่งพิงตลาดหลัก ได้แก่ สหรัฐ สหภาพยุโรป จีน และญี่ปุ่น จึงมีโอกาสได้รับผลกระทบจากภาวะผันแปรทางเศรษฐกิจในตลาดหลักเหล่านี้ได้ง่าย
นอกจากนี้ ไทยมีอำนาจการต่อรองในเวทีระหว่างประเทศต่ำมาก จนทำให้ไม่สามารถขยายส่วนแบ่งตลาดส่งออก รวมทั้งผลประโยชน์อื่นๆได้
การก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในกลุ่มประเทศอาเซียนจึงสำคัญ แต่ถามว่าเรามียุทธศาสตร์ที่เป็นรูปธรรมหรือไม่ ถ้ามีกรอบแนวทางปฏิบัติเป็นอย่างไร
ผมจำได้ว่ารัฐบาลเคยประกาศว่าจะทำให้ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารสำคัญของโลก โดยเพิ่มส่วนแบ่งตลาดส่งออกสินค้าเกษตร รวมทั้งเป็นแหล่งแปรรูปสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพสูง แต่กลับไม่มียุทธศาสตร์และการกำหนดแนวทางการปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม มีแต่ตัวหนังสือไม่มีแม้แต่สิทธิประโยชน์ที่สะท้อนว่ารัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมนอกจากคำพูดอันสวยหรู
ในด้านบริการ เราพบว่าภาคการท่องเที่ยวจะเป็นแหล่งทำรายได้และการจ้างงานที่สำคัญของประเทศ โดยมีต้นทุนต่ำที่สุด เพราะเราขายธรรมชาติและวัฒนธรรม
แต่เมื่อพิจารณาจากยุทธศาสตร์ที่จะสร้างพลังของชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด เรากลับไม่พบอะไร มีแต่แผนปฏิบัติของหน่วยงานที่ประกาศสนับสนุนและจัดทำแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวรายปี
แล้วยุทธศาสตร์ประเทศของเราอยู่ตรงไหน..







