posttoday
การเมือง เฟด ยูเครน

การเมือง เฟด ยูเครน

24 มีนาคม 2557

ทิศทางตลาดหุ้นไทยจะขึ้นอยู่กับตัวแปรดังต่อไปนี้

ทิศทางตลาดหุ้นไทยจะขึ้นอยู่กับตัวแปรดังต่อไปนี้

ประการแรก การเมืองในประเทศ

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2557 เป็นโมฆะ ได้เพิ่มทางเลือกให้กับสังคมไทย แต่ถูกปฏิเสธทันควันจาก กปปส.ที่ย้ำจุดเดิมเดิมคือ ต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

สถานการณ์การเมืองอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ สัปดาห์นี้ต้องติดตามท่าทีพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะเข้าร่วมการเลือกตั้งครั้งใหม่หรือไม่

ขณะที่องค์กรอิสระต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. กกต. เริ่มทยอยวินิจฉัยคดีความต่างๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิด “จุดเปลี่ยน” ทางการเมือง ประเด็นที่น่าติดตาม ได้แก่ โครงการจำนำข้าว กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา สว. กรณีโยกย้ายถวิล เปลี่ยนศรี ฯลฯ

การเปลี่ยนแปลงโดยสงบ สันติ ตามวิถีประชาธิปไตย จะได้รับการตอบรับเชิงบวกจากตลาดหุ้น

ในมุมกลับ การเปลี่ยนแปลงที่ใช้ความรุนแรง ยืดเยื้อ จะส่งผลลบต่อทั้งเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย

สำนักเศรษฐกิจต่างๆ ยังคงทยอยปรับลดประมาณการเศรษฐกิจ ผลประกอบการ บจ. และราคาเป้าหมายรายหุ้น

ในส่วนของเศรษฐกิจปี 2557 ธปท.ลดเป้าเหลือโต 2.7% จากเดิมที่มองไว้ที่ 3% แต่ปี 2558 มองว่าจะโตได้ถึง 4.8% ต้องหมายเหตุไว้ด้วยว่าเป็นการจัดทำประเมินการก่อนทราบว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ

ปัญหาการเมืองที่เรื้อรังยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่จะฉุดรั้งเศรษฐกิจปีนี้ให้ขยายตัวไม่ถึง 2% ประธาน กกต.ประเมินว่า ต้องใช้เวลาอย่างเร็วอีก 3 เดือน จึงจะจัดการเลือกตั้งใหม่ได้ ขณะที่ กกต.ฝ่ายจัดการเลือกตั้งชี้ว่า ต้องแน่ใจว่าจะไม่เกิดเหตุรุนแรงขึ้นอีก จึงจะจัดการเลือกตั้งใหม่

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2549 ที่เคยเกิดเหตุการณ์เลือกตั้งเป็นโมฆะ ครั้งนั้นกว่าจะจัดเลือกตั้งใหม่ได้ กินเวลาไปอีก 6 เดือน

จึงมีแนวโน้มสูงที่กว่าจะเลือกตั้งและได้รัฐบาลใหม่ คงล่วงเข้าสู่ช่วงปลายไตรมาส 3 หรือต้นไตรมาส 4 แล้ว รัฐบาลรักษาการยาวแต่แทบจะบริหารจัดการเศรษฐกิจไม่ได้เลย ภาครัฐแทนที่จะเป็นตัวกระตุ้น จึงกลายเป็นตัวฉุดเศรษฐกิจไปโดยปริยาย

ประการที่ 2 เฟดลด QE ตามคาด แต่ส่งสัญญาณขยับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเฟดเร็วขึ้น ล่าสุดนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ประเมินว่าจะเริ่มขึ้นดอกเบี้ยในไตรมาส 2 ปี 2558

ตลาดการเงินทั่วโลกไม่ได้ตื่นตระหนกต่อสัญญาณนี้เหมือนช่วงปลายเดือน พ.ค.ปีก่อนที่เฟดส่งสัญญาณลด QE เร็วกว่าที่ตลาดประเมิน

กรณีตลาดหุ้นหลัก นำโดยสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะช่วยชดเชยผลกระทบของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเฟด

อย่างไรก็ดี ขณะที่โมเมนตัมเศรษฐกิจของประเทศหลักกำลังฟื้นตัวขึ้น แต่ของตลาดเกิดใหม่กลับชะลอตัวต่อเนื่อง จึงยังคงมีความเสี่ยงที่กระแสเงินทุนยังคงไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ และย้อนกลับไปที่ตลาดหลักในช่วง 18 เดือนข้างหน้า

ภายใต้สถานการณ์ที่อัตราดอกเบี้ยเฟดจ่อขยับขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ปี 2558 หากปัญหาการเมืองไทยยังลากยาวและฉุดเศรษฐกิจยาวไปถึงช่วงนั้น จะกลายเป็นข้อจำกัดในการทำนโยบายดอกเบี้ยต่ำ เพื่อลดทอนผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจไทยตกต่ำ เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยไทยเทศที่แคบลง จะเพิ่มความเสี่ยงให้กระแสเงินทุนไหลออก

เศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย กำลังถูกโลกทิ้งไว้ข้างหลัง! หากปัญหาการเมืองยังคงไร้ทางออกและยืดเยื้อไปเรื่อยๆ

ประการที่ 3 วิกฤตยูเครน รัสเซียได้ผนวกดินแดนไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียแล้ว ท่ามกลางเสียงคัดค้านของยุโรปและสหรัฐ

อย่างไรก็ดี มาตรการตอบโต้รัสเซียไม่รุนแรงอย่างที่ตลาดเคยกังวล มีแค่การงดวีซ่า และ “แช่แข็ง” ทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ระดับสูงจำนวนหนึ่ง

สหรัฐและยุโรปเพิ่งหลุดออกจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำได้ไม่นาน และไม่มีทรัพยากรส่วนเกินเพียงพอที่จะทำสงครามครั้งใหม่ โดยเฉพาะกับรัสเซียที่มีแสนยานุภาพทางการทหารสูง

ในส่วนของยุโรปยังต้องพึ่งพิงพลังงานจากรัสเซียในสัดส่วนสูง การบอยคอตรัสเซียทางเศรษฐกิจจะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจยุโรปมากกว่าต่อสหรัฐ ต้นทุนพลังงานของยุโรปจะยิ่งสูงขึ้น และกลายเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะถัดไป

ไครเมียมีความสำคัญต่อรัสเซียมาก โดยเฉพาะในแง่ยุทธศาสตร์ทางทหาร จนรัสเซียกล้าเดิมพันครั้งใหญ่ แต่สำหรับยุโรปและสหรัฐแล้ว ยูเครนและไครเมียไม่สำคัญมากขนาดนั้น

มาตรการตอบโต้รัสเซียจึงไม่รุนแรงพอที่จะกดดันให้รัสเซียคลายไครเมียคืนยูเครน ขณะที่ประธานาธิบดีปูตินพยายามลดกระแสความไม่พอใจ โดยกล่าวหลังผนวกไครเมียว่าไม่ต้องการครอบครองดินแดนส่วนอื่นของยูเครนอีก

ทิศทางตลาดหุ้นไทยยังขึ้นอยู่กับตัวแปร การเมือง นโยบายการเงินของเฟด วิกฤตยูเครน รวมถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน

ดัชนีหุ้นไม่ผ่านแนวต้าน 1,380 จุด ก่อนถอยลงมาปิดที่ 1,360 จุด ต่ำกว่าแนวรับเส้นค่าเฉลี่ย 5 และ 10 วัน เล็กน้อย ในกรณีที่ดีจะแกว่งตัวสร้างฐานในกรอบ 1,350-1,370 จุด หากหลุดแนวล่าง มีแนวรับสำคัญแถว 1,326-1,330 จุด

ช่วงปรับฐานหาจังหวะเก็บสะสม หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง (AOT, BTS, CPALL, INTUCH, JAS) หุ้นที่ผลดำเนินงานมีแนวโน้มพลิกฟื้น (CPF, PTTGC, TUF)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท