
ปัญหาอาหารปนเปื้อน
ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวเรื่องที่ผู้บริโภคพบสิ่งปนเปื้อนมาในอาหารที่ชวนให้น่าตกใจ
ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวเรื่องที่ผู้บริโภคพบสิ่งปนเปื้อนมาในอาหารที่ชวนให้น่าตกใจอยู่หลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นการพบตั๋วรถเมล์ปนมาในป๊อปคอร์นยี่ห้อดัง พบสิ่งไม่พึงประสงค์อยู่ในนมกล่อง และล่าสุดพบแมลงสาบผสมมาในไอศกรีมของร้านฟาสต์ฟู้ดชื่อดัง
หลังจากเจอปัญหา ผู้บริโภคก็พยายามจัดการปัญหาของตัวเอง ส่วนใหญ่ใช้วิธีร้องเรียนผ่านเฟซบุ๊กไปยังหน้าเพจของบริษัทผู้ผลิตหรือเป็นเจ้าของอาหารนั้นๆ ซึ่งทางฝั่งผู้ผลิตก็จะเริ่มต้นด้วยการขอเจรจา หลังจากนั้นก็ไปสู่ขั้นตอนการตกลงร่วมกันว่าจะแก้ไขปัญหาหรือชดเชยความเสียหายให้กับ ผู้บริโภคอย่างไร
ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าการมีโซเชียลเน็ตเวิร์กหรือสังคมออนไลน์ ช่วยให้การรักษาสิทธิของผู้บริโภคเป็นไปได้อย่างสะดวกรวดเร็วขึ้น ปัญหาของผู้บริโภคถูกส่งถึงบริษัทเจ้าของสินค้าหรือบริการที่เป็นปัญหาได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านหน่วยงานกลางอย่าง สคบ. หรือ อย. ซึ่งช่วยลดขั้นตอน ประหยัดเวลา
ที่สำคัญคือ เมื่อผู้บริโภคนำปัญหาที่ผมมาโพสต์ในโลกออนไลน์ ก็ทำให้เกิดการส่งต่อเรื่องดังกล่าว จนถูกสื่อมวลชนนำมาเสนอต่อในสังคมวงกว้าง ซึ่งก็จะกลายเป็นตัวอย่างให้กับผู้บริโภคคนอื่นๆ ส่วนเรื่องความถูกต้องหรือความจริงของปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น ที่บริษัทผู้ผลิตตั้งข้อสังเกตว่าไม่ได้เป็นปัญหาที่เกิดจากความผิดพลาดของบริษัท ก็ต้องตรวจสอบข้อมูลหลักฐานกันต่อไป
สำหรับคำแนะนำในการจัดการปัญหาเวลาที่ผู้บริโภคพบเจอสิ่งไม่พึงประสงค์ปนเปื้อนในอาหาร ควรเริ่มจากการเก็บรวบรวมหลักฐานให้ได้สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพราะอาหารอาจ บูดเสียไปตามกาลเวลา ทำหนังสือแจ้งไปยังผู้ประกอบการรับทราบ และออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
โดยกฎหมายที่จะเอาผิดกับผู้ประกอบการ ที่จะนำมาใช้ประกอบการเจรจาไกล่เกลี่ย ตามกฎหมายที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 ตามหมวด 4 การควบคุมอาหาร มาตรา 25 (1) เรื่องอาหารไม่บริสุทธิ์ ได้อธิบายความไว้ในมาตรา 26 (3) บทกำหนดโทษตามมาตรา 25 (1) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
พร้อมกันนี้ก็ส่งหลักฐานไปยังหน่วยงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคอย่าง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากมีการเจรจาตกลงชดเชยความเสียหายระหว่างผู้บริโภคกับบริษัทผู้ผลิต ควรตกลงสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร และมีเจ้าหน้าที่รับรองการทำสัญญา หรือเป็นคนกลางในการเจรจาเรื่องการชดเชยเยียวยา
อยากรู้ข้อมูลดีๆ เรื่องผู้บริโภค ติดตามและสอบถามข้อมูลได้ที่ นิตยสาร “ฉลาดซื้อ” นิตยสารเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของผู้บริโภค www.ฉลาดซื้อ. com, www.facebook.com/chaladsue และโทร 02-248-3737แนวทางแก้ไขปัญหา
1.การเก็บรวบรวมหลักฐาน ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดพะเยา ได้ให้คุณสมบูรณ์ถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานและเก็บตัวสินค้าดังกล่าวและให้ไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลักฐานไว้ก่อน
2.การศึกษาและรวบรวมข้อเท็จจริงเพิ่ม โดยศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดพะเยาได้ลงเพื่อสอบข้อเท็จจริงและหาหลักฐานเพิ่มเติม โดยใช้หลักใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่
3.ทำหนังสือแจ้งเรื่องร้องเรียนไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยา ฝ่ายงานคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อทำการตรวจสอบโรงงานที่ผลิตซีอี๊ว
4.ทำหนังสือแจ้งไปยังผู้ประการรับทราบ และออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยกฎหมายที่จะเอาผิดกับผู้ประกอบการ ที่จะนำใช้ประกอบการเจรจาไกล่เกลี่ย ตามกฎหมายที่ระบุไว้ในพ.ร.บ. อาหาร พ.ศ.2522 ตามหมวด 4 การควบคุมอาหาร มาตรา 25 (1) เรื่องอาหารไม่บริสุทธิ์ ได้อธิบายความไว้ใน มาตรา 26(3) บทกำหนดโทษตามมาตรา 25(1)ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
5.การเจรจายอมความระหว่างผู้ร้องเรียนและผู้ถูกร้องเรียน ทางซึ่งผู้จัดการโรงงานฯยอมมาเจรจาพร้อมพิจารณาหลักฐานประกอบ สุดท้ายทางเจ้าของโรงงานซีอิ้วยอมชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินทั้งหมด 9,000 บาท







