
ผลตอบแทนจากการขายสิทธิซื้อ(ไรต์/ชอร์ตคอลออปชั่น)
สัปดาห์นี้ คอลัมน์นัดพบ TFEX ขอนำเรื่องการขายออปชั่นมาพูดคุยกันนะครับ ว่าผู้ขายออปชั่นจะมีผลตอบแทนเป็นอย่างไร ทำไมจึงกล่าวกันว่าการขายออปชั่นมีความเสี่ยงสูง โดยยังคงใช้แผนภาพผลตอบแทน หรือ Payoff Diagram มาช่วยวิเคราะห์ผลตอบแทนให้เห็นภาพง่ายขึ้นนะครับ
สัปดาห์นี้ คอลัมน์นัดพบ TFEX ขอนำเรื่องการขายออปชั่นมาพูดคุยกันนะครับ ว่าผู้ขายออปชั่นจะมีผลตอบแทนเป็นอย่างไร ทำไมจึงกล่าวกันว่าการขายออปชั่นมีความเสี่ยงสูง โดยยังคงใช้แผนภาพผลตอบแทน หรือ Payoff Diagram มาช่วยวิเคราะห์ผลตอบแทนให้เห็นภาพง่ายขึ้นนะครับ
การขายออปชั่น หรือบางครั้งก็ใช้คำว่า ชอร์ตออปชั่น (Short Options) หรือไรต์ออปชั่น (Write Options) จะเป็นการขายสิทธิให้กับคู่กรณีในการที่จะซื้อสินค้าอ้างอิง (สำหรับคอลออปชั่น) หรือเป็นการขายสิทธิให้กับคู่กรณีในการที่จะขายสินค้าอ้างอิง (สำหรับพุทออปชัน) ตามราคาที่กำหนดหรือที่เรียกว่า “ราคาใช้สิทธิ”
ขอยกตัวอย่างผ่านการซื้อขายของ SET50 Options ประเภทคอลออปชั่นกันนะครับ สมมตินาย ก. คาดว่าดัชนีน่าจะปรับตัวขึ้น จึงสนใจซื้อคอลออปชั่นที่มีราคาใช้สิทธิ 850 จุด ที่ราคาพรีเมียม 5 จุด ในขณะที่ นาย ข. เห็นว่าดัชนี SET50 มีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นได้ยากและคาดว่าในช่วงที่คอลออปชั่นครบอายุดัชนีน่าจะอยู่ต่ำกว่า 850 จุด และก็จะไม่เกิดการใช้สิทธิเมื่อครบกำหนด หากนาย ข. ชอร์ตคอลออปชั่นนี้ ก็ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมอีกทั้งยังได้กำไรจากค่าพรีเมียมดังกล่าว
ลองมาดูการคาดการณ์ของนาย ข. ที่ต้องการชอร์ตออปชั่น ผ่าน Payoff Diagram ว่าเป็นอย่างไรกันนะครับ การใช้ Payoff Diagram วิเคราะห์การชอร์ตคอลออปชั่นจะสมมติว่าหากออปชั่นครบกำหนดอายุแล้ว ผู้ที่ชอร์ตคอลออปชั่นจะมีผลตอบแทนอย่างไร ณ แต่ละระดับราคาสินค้าอ้างอิง โดยกำหนดให้แกนตั้งของ Payoff Diagram เป็นระดับผลตอบแทน ในขณะที่แกนนอนจะเป็นระดับราคาสินค้าอ้างอิงในระดับต่างๆ
หากนาย ข. ตัดสินใจชอร์ตคอลออปชั่นตามตัวอย่างข้างต้นและได้รับค่าพรีเมียมที่ 5 จุดนั้น พบว่า นาย ข. จะได้ประโยชน์เมื่อระดับดัชนี SET50 ณ วันซื้อขายวันสุดท้ายอยู่ต่ำกว่า 850 จุด เนื่องจากคอลออปชั่น ดังกล่าวจะอยู่ในสภาพไม่สร้างผลตอบแทน (หรือที่เรียกว่า Out of The money) ให้กับผู้ที่ถือออปชั่นหรือตามตัวอย่างนี้ คือ นาย ก. ซึ่งจะปล่อยให้ออปชั่นหมดอายุไปโดยไม่ใช้สิทธิ และทำให้ นาย ข. ไม่ต้องดำเนินการใดๆ ดังนั้นจากรูปที่ 1 (ผลตอบแทนจากการชอร์ตคอลออปชั่น) จะเห็นได้ว่า ที่ระดับดัชนี SET50 ที่ต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ (ในที่นี้กำหนดอยู่ที่ 850 จุด) นาย ข. จะได้ผลตอบแทนเท่ากับค่าพรีเมียม ซึ่งมีระดับคงที่ไม่ว่าดัชนีจะมีค่าน้อยกว่าราคาใช้สิทธิเป็นปริมาณเท่าไรก็ตาม
แต่ในทางกลับกัน หากดัชนี SET50 ปรับสูงขึ้นกว่าระดับราคาใช้สิทธิ เช่น อยู่ที่ 875 จุด นาย ก. จะตัดสินใจใช้สิทธิเพื่อซื้อดัชนีในราคาเพียง 850 จุด ตามราคาใช้สิทธิ เกิดเป็นผลกำไรหลังหักค่าพรีเมียม เท่ากับ 20 จุด (875–850–5) ในขณะที่ นาย ข. ต้องยอมรับการใช้สิทธิซื้อดังกล่าว แต่การขายดัชนีตามราคาใช้สิทธิซึ่งต่ำกว่าราคาตลาดทำให้ขาดทุนหลังรวมกับพรีเมียมที่เคยได้รับเท่ากับ 20 จุด อีกทั้ง หากดัชนี SET50 ปรับสูงกว่านี้ การชอร์ตคอลออปชั่นจะมีผลขาดทุนมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เป็นที่กล่าวกันว่าการชอร์ตออปชั่นถือเป็นความเสี่ยงสูง
สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจและต้องการเปรียบเทียบแผนภาพผลตอบแทนการชอร์ตคอลออปชั่นว่าสัมพันธ์กับการถือหรือซื้อคอลออปชั่น ตลอดจนรายละเอียดของออปชั่นที่เป็น Out of The Money ว่ามีลักษณะอย่างไร สามารถดูได้จากคอลัมน์นัดพบ TFEX ย้อนหลัง ได้ที่ www.tfex.co.th นะครับ







