
กองทุนมองหุ้นป่วนระยะสั้น
หลังเฟดส่งซิกขึ้นดอกเบี้ยมองศก.สหรัฐดีกรุงไทยมองทำตลาดหุ้นผันผวนช่วงสั้น
หลังเฟดส่งซิกขึ้นดอกเบี้ยมองศก.สหรัฐดีกรุงไทยมองทำตลาดหุ้นผันผวนช่วงสั้น
บลจ.มองเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย ทำหุ้นทั่วโลกป่วนช่วงสั้น หุ้นไทยโดนไม่มาก ต่างชาติขายเยอะแล้ว
นายวีระ วุฒิคงศิริกูล รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย กล่าวว่า การส่งสัญญาณจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 6 เดือนหลังจากมาตรการคิวอีที่คาดว่าจะจบลงในสิ้นปีนี้ ทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้นและทองคำออกมา ส่วนหนึ่งเพื่อนำเงินไปคืนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำที่นำมาลงทุน
“นักลงทุนที่กู้เงินมาลงทุนส่วนใหญ่จะมีกำไร โดยหุ้นหลายๆ ตลาดปรับตัวขึ้นมามาก เช่น สหรัฐและญี่ปุ่น ส่วนทองคำก็ทำนิวไฮในรอบ 6 เดือนแล้ว ถ้าดอกเบี้ยขึ้นทำให้ต้นทุนเงินกู้เพิ่ม นักลงทุนจึงรีบขาย เพราะขายตอนนี้ยังมีกำไร” นายวีระ กล่าว
พร้อมกับมองว่าการส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเพื่อยืนยันว่าเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งและแนวโน้มเงินเฟ้ออาจสูงขึ้น จึงต้องส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเพื่อไม่ให้ราคาหุ้นขึ้นร้อนแรงจนเกินไป
นายวีระ กล่าวว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกคงปรับตัวลงในระยะสั้นและหากถึงระดับที่เหมาะสม เชื่อว่านักลงทุนจะเข้าไปซื้อหุ้น แต่การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นต่างประเทศในปีนี้คงจะซิกแซก ไม่ได้ขึ้นม้วนเดียวเหมือนที่ผ่านมา และหากจะเข้าลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนในประเทศ ควรรอให้ราคาหุ้นปรับฐานลงมาก่อน โดยเฉพาะหุ้นสหรัฐและญี่ปุ่น ส่วนหุ้นยุโรปยังไม่แพงและจีนควรมีไว้
สำหรับหุ้นไทยมองว่าแรงขายหุ้นจากนักลงทุนต่างชาติไม่น่าจะมาก เพราะที่ผ่านมาขายออกไปมากแล้ว ในทางตรงข้ามเริ่มเห็นต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นไทยต่อเนื่อง แต่ภาพรวมการเมืองยังกดดันอยู่
นายเจษฎา สุขทิศ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ซีไอเอ็มบีพรินซิเพิล กล่าวว่า ในระยะสั้นตลาดหุ้นจะผันผวน เพราะเป็นครั้งแรกที่เฟดส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยชัดเจน ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงปลายไตรมาสแรกต้นไตรมาส 2 ปี 2558
ก่อนหน้านี้ นายเบน เบอร์นันเก ประธานเฟดคนก่อน เคยจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่ออัตราว่างงานลดลงต่ำกว่า 6.5% แต่เมื่อพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจของสหรัฐในขณะนี้แล้ว หากยึดตามนายเบอร์นันเก สหรัฐควรจะขึ้นดอกเบี้ยตั้งแต่ปีนี้ เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่าอัตราว่างงานจะต่ำกว่า 6.5% ในปีนี้
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่า แม้เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย แต่เชื่อว่าจะขึ้นไม่มากจะไปอยู่ที่ 1% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ได้ปรับขึ้นไปรอตั้งแต่ปีที่ผ่านมา จาก 1.5-1.6% มาอยู่ที่ 2.75%
“ระยะสั้นตลาดอาจตกใจเล็กน้อย แต่หากวิเคราะห์ให้ดีๆ จะเห็นว่าเฟดไม่ได้ให้ยาแรงอะไร และไม่น่าจะนำไปสู่สถานการณ์เหมือนไตรมาส 3 ปีก่อนที่ตลาดปรับลดลงรุนแรง อย่างไรก็ตาม หุ้นสหรัฐปรับขึ้นมาตลอด 5 ปีแล้ว หากต้องการลงทุนควรรอให้ปรับฐานลงมาอีก เราจึงแนะนำหุ้นญี่ปุ่นและเกาหลีใต้” นายเจษฎา กล่าว
ทั้งนี้ ในเดือน มี.ค.นี้เป็นเดือนแรกที่กระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นอาเซียนเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เทขายออกมาก แสดงให้เห็นว่าบรรยากาศการลงทุนในภูมิภาคนี้เริ่มกลับมาดีขึ้น นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาลงทุนในภูมิภาคนี้และจะไม่ลงแรงเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อว่าหุ้นไทยยังเคลื่อนไหวแคบๆ หากพี/อีถึง 13-15 เท่า แนะนำทยอยขาย และหากปรับตัวลงมาก็ให้ซื้อ







