
อสังหาฯเล็กเริ่มแย่
ส่งสัญญาณเสนอขายยกโครงการธนาสิริเล็งซื้อในกรุงเทพฯภูเก็ต
ส่งสัญญาณเสนอขายยกโครงการธนาสิริเล็งซื้อในกรุงเทพฯภูเก็ต
ธนาสิริเผยเห็นสัญญาณรายย่อยขายยกโครงการรอไตรมาส 2 ตลาดฟื้นพร้อมเทกโอเวอร์
นายสุทธิรักษ์ เสถียรภาพอยุทธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณของผู้ประกอบการรายย่อยที่เคยพัฒนาโครงการมาประมาณ 12 โครงการประกาศขายยกโครงการ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและบรรยากาศทางการเมืองอาจทำให้นักลงทุนรายย่อย ซึ่งบางกลุ่มมาจากธุรกิจอื่นหันกลับไปให้ความสำคัญกับธุรกิจหลักของตัวเอง และเพื่อต้องการรักษาสภาพคล่องให้กับตัวเอง
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีหลายโครงการที่นำมาเสนอขายให้กับบริษัทเช่นกัน ซึ่งหากไตรมาส 2 มีสัญญาณที่ดีขึ้น ก็พร้อมที่จะซื้อโครงการลักษณะนี้เพื่อพัฒนาต่อ โดยเฉพาะในตลาดต่างจังหวัด เช่น จ.ภูเก็ต ที่ปัจจุบันราคาที่ดินในหลายทำเลปรับขึ้นกว่าเท่าตัว ทำให้ราคาบ้านจากการซื้อที่ดินใหม่จะมีราคาที่แพงขึ้นมาก ยังไม่สอดรับกับกำลังซื้อในปัจจุบัน หากซื้อยกโครงการที่ประกาศขายจะได้ต้นทุนเก่าในอดีต ราคาขายบ้านจะสมเหตุสมผลมากกว่า
สำหรับที่ดินใจกลางเมืองในกรุงเทพฯ ที่ราคาปรับขึ้นสูงมาก หากมีโครงการมาเสนอขายก็ถือว่าน่าสนใจมากเช่นกัน โดยโครงการใจกลางเมืองที่มีประกาศขายบ้างแล้ว เช่น โครงการทาวน์เฮาส์ ย่านลาดพร้าว จำนวน 3040 ยูนิต มูลค่าประมาณ 200300 ล้านบาท
ขณะที่การเปิดตัวโครงการใหม่ในปีนี้มีด้วยกัน 3 โครงการ ใน จ.นนทบุรี มูลค่าโครงการรวม 1,049 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการธนาวิลเลจ พระราม 5บางใหญ่ บ้านเดี่ยวมูลค่าโครงการ 284 ล้านบาท 2.โครงการธนาซิโอรัตนาธิเบศร์ ทาวน์โฮมมูลค่าโครงการ 393 ล้านบาท และ 3.โครงการธนาฮาบิแทท บ้านเดี่ยวบ้านแฝดมูลค่าโครงการ 372 ล้านบาท
ด้าน นายอนุชาติ อังสุเมธางกูรผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า จากนี้จะเน้นการจับมือกับพันธมิตรเพื่อเสริมความแข็งแกร่ง เช่น การจับมือกับที่ปรึกษาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างบริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เข้ามาช่วยบริหารงาน 7 โครงการ
คิดเป็นมูลค่ารวม 1,700 ล้านบาท
ปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่เปิดขายทั้งหมดรวม 13 โครงการ รวมจำนวน 450 ยูนิต มูลค่ารวม 4,500 ล้านบาท อีกทั้งยังเป็นปีแรกที่บริษัทจะบุกตลาดคอนโดมิเนียมเป็นครั้งแรกที่พัทยาและคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ย่านเกษตรนวมินทร์ รวมถึงยังเตรียมแผนลงทุนอาคารสำนักงานย่านพระราม 9 มูลค่าไม่เกิน 200 ล้านบาท และคอมมูนิตี้มอลล์ย่านเกษตรนวมินทร์ ซึ่งการขยายไปยังอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ มากขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยง







