
ธปท.ชมเปาะแบงก์ดูเอสเอ็มอีสกัดหนี้เสียดีเลิศ
ธปท.ชมธนาคารใหญ่ดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองได้ดี
ธปท.ชมธนาคารใหญ่ดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองได้ดี
นางสาลินี วังตาล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้หารือกับธนาคารพาณิชย์อย่างใกล้ชิด ในการติดตามผลกระทบที่ลูกค้าจะได้รับจากการชุมนุมทางการเมือง
“เท่าที่ดูรูปแบบที่ธนาคารใช้ในการช่วยเหลือลูกค้าของตัวเองโดยการปรับโครงสร้างหนี้ ไม่ว่าจะเป็นการยืดเวลาผ่อนชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย ลดยอดส่งต่องวด ฯลฯ ธนาคารทำได้ค่อนข้างดีอยู่แล้ว ธปท.จึงไม่จำเป็นต้องมีมาตรการอะไรเพิ่มหรือสั่งการให้ธนาคารช่วยเหลือลูกค้าเป็นพิเศษอีก” นางสาลินี กล่าว
นางสาลินี กล่าวว่า เวลา ธปท.เข้าตรวจสอบธนาคารพาณิชย์ ก็หารือกันกับธนาคารสั่งให้ทำแบบทดสอบความเสี่ยง และให้ประเมินผลกระทบฐานะลูกค้าด้วย ซึ่งการตรวจสอบธนาคารใหญ่ตอนนี้ทำครบแล้ว เหลือธนาคารกลางและเล็ก จริงๆ การติดตามผลกระทบลูกค้าธนาคารทำเร็ว เพราะมีการออกไปพบสอบถามผลกระทบการชุมนุมทางการเมืองกับลูกค้าด้วย
นายเวทย์ นุชเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ธนาคารพบว่าระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการขนาดย่อย ที่ใช้วงเงินกับธนาคารไม่เกิน 20 ล้านบาท มีการปรับตัวขึ้นจาก 2.3% เป็น 2.6% และเริ่มชำระล่าช้าเกิน 30 วัน และมีปัญหาเช็คเด้งเพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่น่ากังวลและสะท้อนว่าผู้ประกอบการรายย่อยเริ่มมีปัญหาด้านสภาพคล่อง
“เรามีลูกค้ากลุ่มเอสเอ็มอีในพอร์ตประมาณ 1 แสนล้านบาท ตอนนี้ถ้าลูกค้ารายใดที่ค้างชำระเกิน 2 เดือน ธนาคารจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปพบเพื่อให้ความช่วยเหลือ ซึ่งจะมีทั้งการขยายระยะเวลาตั๋วพี/เอ็น ให้ ถ้าเป็นสินเชื่อมีระยะเวลาก็อาจยืดหนี้ ให้ชำระดอกเบี้ยอย่างเดียว หรือให้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยบางส่วน โดยขึ้นอยู่กับกรณี” นายเวทย์ กล่าว
ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ได้เข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการเกษตร เช่น ค้าปุ๋ย และเมล็ดพันธุ์ เนื่องจากเกษตรกรได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าวล่าช้า โดยได้ยืดเวลาการชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย เป็นมูลค่า 3,400 ล้านบาท







