
ส่งออกกล้วยไม้สดใส
กัมพูชาลาวแห่ซื้อเพิ่มต่อเนื่องขนส่งสะดวกเอื้อเปิดตลาดขายยกต้น
กัมพูชาลาวแห่ซื้อเพิ่มต่อเนื่องขนส่งสะดวกเอื้อเปิดตลาดขายยกต้น
คาดส่งออกกล้วยไม้ตลาดอาเซียนสดใส กัมพูชาลาวสั่งซื้อเพิ่มต่อเนื่อง ขนส่งสะดวกหนุนขายกล้วยไม้ต้น
นายพันธพัฒน์ คุ้มวิเชียร ประชาสัมพันธ์ สมาคมผู้ส่งออกดอกกล้วยไม้ไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกกล้วยไม้ตัดดอกไปยังต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยปีที่ผ่านมา มูลค่าส่งออกอยู่ที่ 200 ล้านบาท มีตลาดหลักคือประเทศ จีน ญี่ปุ่น รัสเซีย สหรัฐ และอินเดีย แต่ปัจจุบัน ตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตสูงคือ ตลาดประเทศกลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะลาวและกัมพูชา
สาเหตุที่ทำให้การส่งออกไปตลาดอาเซียนเติบโตขึ้น คือ การมีนักลงทุนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าไปทำงานและท่องเที่ยวมากขึ้น ทำให้ธุรกิจบริการต่างๆ ในประเทศเหล่านี้นิยมใช้ดอกกล้วยไม้ไปประดับตกแต่งสถานที่ รวมถึงใช้ในเทศกาล งานพิธีกรรมต่างๆ
ขณะเดียวกัน แม้ว่าประเทศกลุ่มอาเซียนทุกประเทศสามารถปลูกดอกกล้วยไม้ได้ แต่ต้นทุนการผลิตอาจสูงกว่าไทย ซึ่งมีสภาพภูมิอากาศเหมาะสมกับการเพาะปลูกมากกว่า ดังนั้น จึงทำให้มีความต้องการนำเข้าดอกกล้วยไม้จากไทยเพิ่มมากขึ้น โดยในช่วง 45 ปีก่อน ตลาดเวียดนามมีความต้องการนำเข้าสูง แต่ปัจจุบัน ลาวและกัมพูชา เป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตดี
ทั้งนี้ ประเมินว่า ยอดการส่งออกดอกกล้วยไม้ไปประเทศกลุ่มอาเซียนมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง และน่าจะขยายตัวไม่น้อยกว่า 30% ในปีนี้ เนื่องจากมีการลงทุนและการท่องเที่ยวในอาเซียนเป็นตัวกระตุ้นความต้องการดอกกล้วยไม้
นอกจากการส่งออกกล้วยไม้ตัดดอกแล้ว ปัจจุบัน เมื่อการขนส่งทางถนนมีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ผู้ประกอบการไทยจึงเริ่มส่งกล้วยไม้ต้นติดดอกเข้าไปทำตลาดมากขึ้น ดังนั้นจึงคาดว่า ยอดส่งออกกล้วยไม้ต้นติดดอกจะขยายตัวได้ดีในอนาคต
“เมื่อก่อน ไม่มีการส่งออกกล้วยไม้ต้นติดดอก เพราะการขนส่งไม่สะดวก หรือหากจะส่งก็มีต้นทุนสูง เพราะต้องส่งทางเครื่องบิน อีกทั้งมีการกีดกันทางการค้าสินค้าประเภทนี้ และผู้บริโภคชอบไม้ตัดดอกมากกว่าเพราะมีน้ำหนักเบา”นายพันธพัฒน์ กล่าว
สำหรับการส่งออกกล้วยไม้ตัดดอกนั้น ปกติจะบรรจุในกล่อง มีอายุประมาณ710 วัน ซึ่งเมื่อการขนส่งทางถนนสะดวกขึ้น ผู้ประกอบการสามารถส่งออกได้ทั้งทางรถยนต์ รถทัวร์ และรถไฟ โดยใช้เส้นทางอาร์ 3 เอ สามารถส่งไปถึงประเทศจีนภายใน 3 วัน เวียดนามภายใน 2 วัน และพม่าภายใน 1 วัน ขณะที่กล้วยไม้ต้นติดดอกมีอายุนานกว่า สามารถดูแลรักษาให้ออกดอกได้ใหม่ด้วย
นายพันธพัฒน์ กล่าวต่อว่า ตลาดอาเซียนยังไม่จัดเป็นตลาดส่งออกหลักของไทย และยังบริโภคกล้วยไม้ระดับปากคลองตลาด แต่ในอนาคตตลาดอาเซียนจะมีความต้องการกล้วยไม้ที่มีคุณภาพดีขึ้น







