
เอสเอ็มอีโคม่าแห่ปิดกิจการ
หอการค้าแนะประคองให้ได้ถึงปลายปีรายย่อยต้องปรับแผนธุรกิจฝ่าวิกฤต
หอการค้าแนะประคองให้ได้ถึงปลายปีรายย่อยต้องปรับแผนธุรกิจฝ่าวิกฤต
ศูนย์ศึกษาธุรกิจเอสเอ็มอีหอการค้าไทย เผยธุรกิจรายย่อยเข้าขั้นโคม่า ต้องประคองธุรกิจถึงไตรมาส 4
นายเอกชัย อภิศักดิ์กุล คณบดี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาธุรกิจครอบครัวและเอสเอ็มอี เปิดเผยว่า ภาพรวมผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) จำนวน 2.7-2.9 ล้านราย กำลังได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองในประเทศที่ยังไม่มีข้อยุติ และเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวลงมาก รวมทั้งยังไม่มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ จึงมีโอกาสที่เอสเอ็มอีจะประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางธุรกิจ และต้องปิดกิจการในจำนวนเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถประเมินได้ว่าจะมีจำนวนเท่าใด
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องพยายามประคองธุรกิจให้อยู่รอดจนถึงไตรมาส 4 นี้ เพราะมีโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวได้ โดยเศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ช่วงขาลงและจะตกต่ำสุดในไตรมาส 2 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 3 นี้ ทั้งนี้เจ้าของธุรกิจต้องปรับตัวด้วยการ 1.ขยายตลาดให้หลากหลาย และรุกส่งออกไปต่างประเทศ 2.เพิ่มเทคโนโลยีการผลิตให้สูงขึ้น และ 3.ทำธุรกิจให้ยืดหยุ่น ทั้งมุ่งลดต้นทุน และจ้างแรงงานให้มีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม ได้ประเมินเศรษฐกิจไทยไว้ 2 สถานการณ์ ได้แก่ 1.หากสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ในปีนี้ และเป็นรัฐบาลที่ทุกฝ่ายยอมรับ มีโอกาสที่อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) จะอยู่ที่ 01% 2.หากไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ มี เหตุการณ์รุนแรงในประเทศ หรือมีรัฐบาลที่ทุกฝ่ายไม่ยอมรับ จีดีพีไทยมีโอกาสติดลบ ถือว่าจีดีพีไทยขยายตัวต่ำสุดในรอบ 17 ปี นับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540
ก่อนหน้านี้ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้รายงานข้อมูลการจัดตั้งและยกเลิกกิจการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในเดือน ม.ค. 2557 ที่ผ่านมา มีการจดทะเบียนยกเลิกกิจการ จำนวน 1,420 ราย เพิ่มขึ้น 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา หดตัวลง 69% โดยกิจการที่ยกเลิกมากที่สุด 5 ลำดับ ได้แก่ การขายสลากกินแบ่ง ก่อสร้างอาคารไม่ใช่ที่พักอาศัย อสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่เพื่อพักอาศัย ขนส่งและขนถ่ายสินค้า และให้คำปรึกษาด้านบริหารจัดการ
ขณะกิจการที่จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ มีจำนวน 5,317 ราย ลดลง 35% จากปีก่อน แต่เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 83% โดยกิจการที่จดทะเบียนจัดตั้งใหม่มากที่สุด 3 ลำดับ ได้แก่ ก่อสร้างอาคารที่พักอาศัย อสังหาริมทรัพย์เพื่อพักอาศัย และขายส่งเครื่องจักรและอุปกรณ์







