
ประมูลรถเอ็นจีวีอันพิลึก
โครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 3,183 คัน วงเงิน 13,162 ล้านบาท หลังจากนี้ต้องจับตาว่าจะฉลุย หรือโปร่งใสมากน้อยแค่ไหน
โครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 3,183 คัน วงเงิน 13,162 ล้านบาท หลังจากนี้ต้องจับตาว่าจะฉลุย หรือโปร่งใสมากน้อยแค่ไหน
โครงการนี้เป็นรถธรรมดา 1,659 คัน ซึ่ง มณเฑียร ตันบุญ ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านคนพิการในคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา เสนอให้ทำเป็นรถเมล์ชานต่ำเพื่อคนแก่และผู้พิการจะได้ขึ้นได้ง่ายขึ้น
ส่วนที่เหลือเป็นรถปรับอากาศ 1,524 คัน ในส่วนนี้จะมีการจัดซื้อรถลักษณะรถไม่มีบันได หรือ no step bus ซึ่งรถประเภทนี้ ขณะวิ่งจะมีความสูงจากพื้นถนนไม่เกิน 45 ซม. และเมื่อจอดป้ายรถเมล์จะมีการใช้ระบบปรับลดระดับให้มีความสูงไม่เกิน 40 ซม. ทำให้ผู้พิการสามารถใช้บริการรถดังกล่าวได้สะดวก โดย ขสมก.จะจัดสรรรถปรับอากาศเหล่านี้เพื่อวิ่งให้บริการถนนสายหลัก 108 เส้นทาง
ตามแผนนั้นคาดว่าภายในต้นปี 2557 นี้ จะเห็นรถเมล์เอ็นจีวีมาให้บริการในล็อตแรกแน่นอน โดยกระทรวงการคลังจะกู้เงินมาให้ ขสมก.กู้ต่อ จากนั้น ขสมก.จะทยอยคืนเงินกู้ให้ภายในระยะเวลา 10 ปี คิดอัตราดอกเบี้ย 4%
แต่ทุกอย่างมาสะดุด เมื่อคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชุดศึกษาเฝ้าระวังโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 3,183 คัน ของ ขสมก. ได้ออกมาระบุหลังจากที่คณะอนุฯ ป.ป.ช.มีการประชุมถึงการจัดทำร่างบันทึกข้อตกลง (ทีโออาร์) โครงการจัดซื้อรถโดยสารใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติว่า พบความผิดปกติการจัดตั้งราคาในการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีไม่ถูกต้อง
กล่าวคือ ราคากลางที่ ขสมก.กำหนดในส่วนของรถโดยสารธรรมดาที่ 3.8 ล้านบาทต่อคัน และรถโดยสารปรับอากาศที่ 4.5 ล้านบาทต่อคันนั้น ขสมก.อ้างอิงข้อมูลจากการสอบถามบริษัทรถเอกชน ซึ่งให้ข้อมูลราคาขายที่เป็นราคารถนำเข้าทั้งคัน
ที่สำคัญมีการรวมภาษีที่ 40% เข้าไว้ด้วย จึงถือเป็นราคากลางที่สูงกว่าข้อเท็จจริง และเป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง ใครซื้อไปคุกๆๆๆๆ
ขสมก.ต้องปรับราคากลางในการประมูลใหม่ เรียกว่าหมูเขาจะหามดันมีคานมาสอดซะนี่







