posttoday
กลุ่มโรงกลั่นเป็นลบ

กลุ่มโรงกลั่นเป็นลบ

20 มีนาคม 2557

เบญจพล สุทธิ์วนิช นักวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคเคเทรด ยังมองเห็นความเสี่ยงต่อผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2557 ของกลุ่มโรงกลั่นจากปัญหาอุปทานส่วนเกินที่จะกดดันอัตรากำไร โดยเฉพาะส่วนต่างพาราไซลีน (PxNaphtha) ที่ลดลง 42% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน หรือเฉลี่ยที่ 272 เหรียญสหรัฐต่อตันในไตรมาสแรกปี 2557 จากกำลังผลิตใหม่ที่ทยอยผลิตตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว 2.6 ล้านตัน และยังมีกำลังผลิตใหม่จากจีนเพิ่มเมื่อเดือน ก.พ.อีก 6.5 แสนตัน

เบญจพล สุทธิ์วนิช นักวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคเคเทรด ยังมองเห็นความเสี่ยงต่อผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2557 ของกลุ่มโรงกลั่นจากปัญหาอุปทานส่วนเกินที่จะกดดันอัตรากำไร โดยเฉพาะส่วนต่างพาราไซลีน (PxNaphtha) ที่ลดลง 42% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน หรือเฉลี่ยที่ 272 เหรียญสหรัฐต่อตันในไตรมาสแรกปี 2557 จากกำลังผลิตใหม่ที่ทยอยผลิตตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว 2.6 ล้านตัน และยังมีกำลังผลิตใหม่จากจีนเพิ่มเมื่อเดือน ก.พ.อีก 6.5 แสนตัน

นอกจากนี้ โรงงานพาราไซลีนใหม่ในสิงคโปร์กำลังการผลิต 8 แสนตันต่อปีจะเริ่มผลิตในเดือน เม.ย. และกำลังผลิตจากเกาหลีอีก 1 ล้านตันต่อปี เริ่มผลิตภายในครึ่งแรกปี 2557 เร็วกว่ากำหนด (เดิมคาดผลิตเดือน ก.ค. 2557) ทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะเห็นส่วนต่างราคาพาราไซลีนตกต่ำต่อเนื่องถึงกลางปีนี้เป็นอย่างน้อย ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อบริษัท ไทยออยล์ (TOP) ที่มีสัดส่วนกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษี และค่าเสื่อมราคา (อีบิตดา) จากธุรกิจปิโตรเคมี 35%

ทั้งนี้ คาดว่าแผนการหยุดซ่อมโรงกลั่นในประเทศกดดันการฟื้นตัวของผลประกอบการ โดยในครึ่งแรกปีนี้ จะมีเพียงโรงกลั่นของบริษัท พีทีทีโกลบอลเคมิคอล (PTTGC) เท่านั้นที่ไม่มีแผนการหยุดซ่อม

ขณะที่โรงกลั่นอื่นๆ จะเริ่มทยอยหยุดซ่อมตั้งแต่ มี.ค.-ก.ค. ทำให้เราคาดว่าอัตราการใช้กำลังการกลั่นของโรงกลั่นในประเทศจะลดลงเหลือ 70-75% จากระดับปกติที่ 85-90% ทำให้เรายังคงมุมมองเชิงลบต่อแนวโน้มผลประกอบการครึ่งแรกปีนี้

บริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของค่าการกลั่นมากที่สุด โดยในระยะสั้น ความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลจะหนุนค่าการกลั่นในช่วงไตรมาสแรกปี 2557 ให้ฟื้นตัว โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก เช่น น้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล (อัตราผลตอบแทนผลิตภัณฑ์ ของ 2 ผลิตภัณฑ์ของโรงกลั่นในประเทศคิดเป็น 62% ทั้งหมด) ดังนั้นค่าการกลั่นไตรมาสแรกปี2557 ที่การคำนวณจากอัตราผลตอบแทนผลิตภัณฑ์เฉลี่ยของโรงกลั่นในประเทศจะปรับเพิ่ม 67% จากไตรมาสที่ 4 ปี 2556 ทำให้ระยะสั้น BCP ยังมีความน่าสนใจ เนื่องจากเป็นโรงกลั่นเดียวที่ไม่ได้รับผลกระทบจากอัตรากำไรของธุรกิจปิโตรเคมีที่อ่อนแอ และได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของค่าการกลั่นในระยะสั้น แนะนำ “ซื้อ” ยังมีโอกาสปรับขึ้นมาอยู่ที่ 10% เทียบกับมูลค่าเหมาะสม 34 บาท

ปัญหาการผลิตส่วนเกินกดดันกำไรปี 2557 มองว่าปี 2557 ยังคงเป็นปีที่ย่ำแย่ของธุรกิจการกลั่นและอะโรเมติกส์จากปัญหาการผลิตส่วนเกิน ด้านธุรกิจการกลั่นยังคงมีแรงกดดันจากกำลังการกลั่นใหม่จากจีนและซาอุดิอาระเบียกว่า 6.4 แสนบาร์เรล ซึ่งเริ่มผลิตมาตั้งแต่ปลายปี 2556 แม้ว่าค่าการกลั่นในกลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญจะมีเริ่มฟื้นตัวเป็นลำดับตามฤดูกาลแต่ยังคงลดลงเมื่อเทียบปีต่อปี ในทุกผลิตภัณฑ์

ขณะที่การผลิตพาราไซลีน (ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีในกลุ่มอะโรเมติกส์) ถูกคาดหมายว่าจะมีกำลังการผลิตใหม่ในปี 2557 เพิ่มขึ้นกว่า 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ความต้องการ ปรับเพิ่มเพียง 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเท่านั้น ทำให้ยังคงมุมมองเชิงลบต่อธุรกิจการกลั่นเช่นเดิม

ด้านบริษัท ไทยออยล์ (TOP) มีโอกาสปรับขึ้น แต่ยังไม่น่าสนใจ ความเสี่ยงที่เกิดจากปัญหาการผลิตส่วนเกินจะยังคงกดดันผลประกอบการและภาพรวมการลงทุนหุ้นในกลุ่มธุรกิจการกลั่น แม้ราคาหุ้นของบางบริษัทอย่าง TOP จะมีโอกาสปรับขึ้น แต่ยังไม่มีปัจจัยบวกสนับสนุนการลงทุนในระยะสั้น อีกทั้งการปรับลดของส่วนต่างราคาปิโตรเคมี จะเป็นปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงในการปรับประมาณการลงในอนาคต ทำให้คงมุมมองเชิงลบและปรับคำแนะนำเป็น TOP “ถือ” โดยให้ไป “ซื้อ” BCP แทน โดยยังคงน้ำหนักการลงทุนหุ้นในกลุ่มธุรกิจการกลั่นเป็นน้อยกว่าตลาด

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน