
เป้า16ไอพีโอmai
‘ประพันธ์’เอ็มดีใหม่ลั่นปีนี้ต้องทำให้ได้5ปีเพิ่มเท่าตัวมาร์เก็ตแคปอีก5หมื่นล้าน
‘ประพันธ์’เอ็มดีใหม่ลั่นปีนี้ต้องทำให้ได้5ปีเพิ่มเท่าตัวมาร์เก็ตแคปอีก5หมื่นล้าน
ผู้จัดการเอ็มเอไอตั้งเป้าปีนี้ไอพีโอเข้า 16 แห่ง หากการเมืองยื้อไม่เกินครึ่งปีแรก และ 5 ปีเพิ่มอีก 100 แห่ง
นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้ช่วยผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยแผนงานหลังรับตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า ปี 2557 คาดว่าจะมีบริษัทที่จะเสนอซื้อขายให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) และจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) 16 แห่ง มากกว่าปีก่อนที่ 15 แห่ง โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) เฉลี่ยบริษัทละ 500ล้านบาท
ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีไอพีโอที่เข้ามาจดทะเบียนซื้อขายตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เพียงแห่งเดียวคือ บริษัท เอไอ เอนเนอร์จี (AIE) และในวันที่ 25 มี.ค. บริษัท ลีซ อิท (LIT) จะเข้า mai เป็นวันแรก
ขณะที่แผนงานระยะยาว 5 ปี มองว่า จะเน้นพัฒนาใน 3 ด้านหลัก คือ เพิ่มจำนวนไอพีโอเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ อีก 100 แห่ง หรือเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวจากปัจจุบันที่มีทั้งหมด 95 แห่ง หรือเพิ่มมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันมาร์เก็ตแคป 1.79 แสนล้านบาท โดยจะเน้นเจาะกลุ่มธุรกิจแบบครอบครัว ซึ่งปัจจุบันมีอยู่เป็นจำนวนมากที่แสดงความสนใจจะใช้ตลาดทุนในการระดมทุน รวมถึงธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตในระดับสูง เช่น ธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับชิ้นส่วนยานยนต์ นอกจากนี้ จะเจาะกลุ่มธุรกิจใหม่ๆ เช่น ผู้ผลิตรายการทีวีดิจิตอล ผู้ผลิตหุ่นยนต์สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงทีมฟุตบอลไทยพรีเมียลีกส์ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพูดคุย 23 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอันดับชั้นนำ
นอกจากนั้น จะพัฒนาบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แล้ว 95 แห่ง ให้มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และสามารถใช้กลไกทางตลาดทุนในการระดมทุนเพื่อสนับสนุนการเติบโต พร้อมผลักดันให้หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เป็นที่สนใจของนักลงทุนมากขึ้น
นายประพันธ์ กล่าวว่า จะผลักดันให้มีบทวิเคราะห์ที่สามารถครอบคลุมหุ้นใน mai เพิ่มขึ้นเป็น 50 บริษัท หรือ 50% ของหลักทรัพย์ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ทั้งหมด จากปัจจุบันครอบคลุมเพียง 30 บริษัท อีกทั้งพยายามผลักดันให้บริษัทที่มีมาร์เก็ตแคปมากกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งหมด 11 แห่ง เป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างประเทศมากขึ้น โดยจะนำไปเสนอข้อมูล (โรดโชว์) หรือพบปะนักลงทุนต่างประเทศมากขึ้น
นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า จะพัฒนาและสร้างกลไกให้ธุรกิจที่ยังไม่พร้อมเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ โดยเฉพาะธุรกิจที่ทำธุรกิจเพื่อสังคม สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น ด้วยการร่วมกับพันธมิตรต่างๆ เช่น สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. สมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (maiA) สถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) ที่จะหาผู้ร่วมลงทุนไม่ว่าจะเป็น กลุ่มลงทุนส่วนบุคคล ธุรกิจเงินร่วมลงทุน เข้ามาลงทุนในบริษัทเพื่อช่วยให้บริษัทเหล่านี้เติบโตและสามารถจดทะเบียนเข้า mai ได้ในที่สุด
ปัจจุบัน mai มี บจ.ทั้งหมด 95 แห่ง แบ่งเป็นบริษัทที่มาร์เก็ตแคปต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท 47 แห่ง มาร์เก็ตแคปต่ำกว่า 1,000-2,000 ล้านบาท 31 แห่ง มาร์เก็ตแคปต่ำกว่า 2,000-3,000 ล้านบาท 6 แห่ง และมาร์เก็ตแคปต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท 11 แห่ง ซึ่งมี 2 บริษัทที่ปีนี้มีแผนที่จะย้ายไปซื้อขายใน SET อีก 2 แห่ง คือ บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ (APCO) บริษัท ไลท์ติ้ง แอนด์ อีควิปเมนท์ (L&E) และตั้งแต่ mai ตั้งขึ้นมาทั้งหมด 15 ปี มีบริษัทที่ย้ายจาก mai ไป SET ทั้งหมด 15 แห่ง
นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ภายหลังจากเปิดขายหุ้น LIT ระหว่างวันที่ 1214 มี.ค. และขายไอพีโอให้กับประชาชนทั่วไป ระหว่างวันที่ 1719 มี.ค.ที่ผ่านมา มียอดจองซื้อเข้าเต็มจำนวนที่เสนอขาย และมีนักลงทุนอีกเป็นจำนวนมากที่สอบถามเข้ามาเพราะต้องการจะจองซื้อหุ้น LIT เพิ่มเติมอีก







