
ศึกกล้องมิร์เรอร์เลสรอุคู่แข่งแห่ชิงบัลลังก์โอลิมปัส
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
หลายปีที่ผ่านมา ตลาดกล้องดิจิตอลหดตัวอย่างต่อเนื่อง หลังจากผู้บริโภคหันไปใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพ ผู้ผลิตกล้องต้องปรับตัวธุรกิจกันฝุ่นตลบ จากยุครุ่งเรืองกล้องดิจิตอลตัวเล็ก มาสู่กล้องดีเอสแอลอาร์ที่กำลังถึงจุดจบ และปัจจุบันเป็นยุคของกล้องมิร์เรอร์เลสที่กำลังเฟื่องฟู หลายค่ายดาหน้าเปิดตลาดนี้อย่างเต็มตัว
สภาพตลาดกล้องดิจิตอลปีนี้ยังคงหดตัวอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 20% หรือมีมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท จากในปีที่ผ่านมามีมูลค่า 6,700 ล้านบาท หดตัวลง 32% เชิงปริมาณ 7.74 แสนเครื่อง หดตัว 43% โดยกล้องคอมแพกต์ลดลงสูงถึง 40% ส่วนกล้องดีเอสแอลอาร์หดตัว 20% สวนทางกับกล้องมิร์เรอร์เลส เป็นตลาดดาวรุ่งที่มีอัตราเติบโตถึง 10%
สิทธิเวช เศวตรพัชร์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอล อิมเมจจิ้ง บริษัท ฟูจิฟิล์ม ผู้ผลิตและจำหน่ายกล้องถ่ายรูปฟูจิ เปิดเผยว่า การปรับตัวของฟูจิฟิล์มหลังจากสภาพตลาดที่เปลี่ยนไป ได้เริ่มทำตลาดกล้องมิร์เรอร์เลสจริงจังในปลายไตรมาส 3 ปี 2556 ที่ผ่านมา และวางเป้าหมายจะขึ้นเป็นผู้นำในตลาดนี้ด้วยส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 25% ในสิ้นปีนี้
สำหรับแผนการตลาด ฟูจิได้เพิ่มไลน์สินค้าในกลุ่มกล้องมิร์เรอร์เลสให้กว้างขึ้น รองรับความต้องการผู้บริโภคตั้งแต่กลุ่มผู้เริ่มใช้งานไปจนถึงระดับมืออาชีพ โดยปีนี้จะเปิดตัวกล้องมิร์เรอร์เลสอย่างน้อย 5 รุ่น โดยมีกล้อง Fuji XT1 เป็นสินค้าพระเอก ชูเทคโนโลยี XTrans CMOS II ให้ภาพที่มีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมระบบประมวลผล EXR Processor II โดยจะวางจำหน่ายในราคาประมาณ 5 หมื่นบาท
ด้านโอลิมปัสในฐานะผู้นำตลาดกล้องมิร์เรอร์เลส ปีนี้ต้องออกมาป้องบัลลังก์ตลาดหลังจากมีคู่แข่งเข้ามาทำตลาดอย่างจริงจัง โดย ชินโช อิเคดะ กรรมการและผู้จัดการแผนกผลิตภัณฑ์กล้องถ่ายภาพ บริษัท โอลิมปัส ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกล้องโอลิมปัส กล่าวว่า 5 ปีที่ผ่านมานี้ตลาดกล้องมิร์เรอร์เลสเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากสัดส่วน 16% ในตลาดกล้องโดยรวม ปัจจุบันเพิ่มเป็น 50% หรือราวกว่า 7 หมื่นตัว
จากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของตลาดรวม ทำให้คู่แข่งอย่างฟูจิและโซนี่เข้ามาบุกตลาดมากขึ้น หลังจากตลาดกล้องดีเอสแอลอาร์ปีนี้หดตัวลงจาก 60% เป็นเหลือ 40% ซึ่งแผนการตลาดกล้องมิร์เรอร์เลสปีนี้บริษัทจะมุ่งตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดด้วยการทุ่มงบ 150 ล้านบาท เปิดตัวกล้องมิร์เรอร์เลสรุ่น OMD EM10 โดยเป็นกล้องที่ถูกออกแบบให้มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา กะทัดรัด มีเทคโนโลยีการถ่ายภาพที่ครบครัน
ทั้งนี้ เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการกล้องถ่ายภาพระดับมืออาชีพในสัดส่วน 50% และกลุ่มผู้ใช้กล้องมิร์เรอร์เลส 35% รวมถึงขยายฐานกลุ่มผู้ใช้กล้องดีเอสแอลอาร์ 15% ขณะเดียวกันบริษัทก็มุ่งทำตลาดกล้องคอมแพกต์ควบคู่ไปด้วย โดยเน้นตลาดระดับกลางและบน และเลิกทำตลาดระดับล่างไป
สำหรับปีนี้ โอลิมปัสนำร่องด้วยการเปิดตัวกล้อง 2 รุ่น คือ SP100 EE และ TG850 พร้อมทั้งปัดฝุ่นการบริหารหลังการขาย โดยตั้งหน่วยบริหารหลังการขายขึ้นมาดำเนินการเอง จากก่อนหน้านี้ได้ให้บริษัท เจ๊บเซ่น แอนด์ เจ๊สเซ่น เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้ เป็นต้นไป
อิเคดะ กล่าวว่า ปีนี้โอลิมปัสใช้กล้องมิร์เรอร์เลส รุ่น OMD EM10 เป็นสินค้าเรือธงผลักดันส่วนแบ่งตลาดเพิ่มถึง 10% คาดว่าจะส่งผลให้โอลิมปัสสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดกล้องมิร์เรอร์เลสและครองส่วนแบ่งเพิ่มจาก 30% เป็น 40% จากปีที่ผ่านมา โซนี่มีส่วนแบ่ง 20% และฟูจิ 10%
ด้าน เบญจวรรณ เขมะอุดม รองผู้จัดการสินค้าแผนกกล้อง บริษัท โซนี่ ไทย กล่าวว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้าจะขึ้นเป็นผู้นำตลาดกล้องมิร์เรอร์เลส จากเดือนธ.ค. 2556 มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับสอง โดยจะชูกล้องรุ่น A5000 ที่มีความกะทัดรัด น้ำเบา เป็นตัวผลักดัน
นับว่าเป็นยุคทองของตลาดกล้องมิร์เรอร์เลสทีเดียว เพราะไม่เพียงในไทยเท่านั้นที่ตลาดกำลังขยายตัว ในเอเชียกล้องมิร์เรอร์เลสก็เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ขึ้น มีสัดส่วนมากกว่า 30% และกล้องดีเอสแอลอาร์ 70% ซึ่งในญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง กระแสกล้องมิร์เรอร์เลสบูมมีสัดส่วนถึง 50% ส่วนยุโรปมีสัดส่วนน้อยกว่า 30%
ต้องจับตาการแข่งขันตลาดมิร์เรอร์เลส เพราะเชื่อว่าทุกค่ายจะชูเทคโนโลยีการถ่ายภาพมาเป็นจุดขาย และมุ่งเจาะทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพ กลุ่มที่ใช้กล้องดีเอสแอลอาร์ไปจนถึงระดับมืออาชีพ ส่วนโอลิมปัสจะสามารถรักษาบัลลังก์ไว้ได้หรือไม่ หลังจากฟูจิถล่มด้วยกลยุทธ์ราคาเป็นระยะ งานนี้ต้องดูกันอีกยาวสิ้นปีนี้







