posttoday
ขยะ

ขยะ

19 มีนาคม 2557

เวลาเราพูดกันเรื่อง “ขยะ” ความรู้สึกที่ตามมาคงหนีไม่พ้นความรู้สึก “แขยง” หรือ “ยี้” กันใช่มั้ยครับ

เวลาเราพูดกันเรื่อง “ขยะ” ความรู้สึกที่ตามมาคงหนีไม่พ้นความรู้สึก “แขยง” หรือ “ยี้” กันใช่มั้ยครับ

ยิ่งพอมีข่าวไฟไหม้บ่อขยะขนาดนับ 100 ไร่ ที่สมุทรปราการเมื่อ 23 วันที่ผ่านมา ความรู้สึก “ยี้” ในใจหลายๆ ท่าน คงยิ่งทบทวี “ยกกำลัง”

ขณะเดียวกัน เรื่องนี้อาจทำให้ใครหลายคนตื่นตัวมากขึ้น เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว และบางคนยังได้รับผลกระทบจากหมอกควันและมลพิษโดยตรง

จริงๆ เราต้องตั้งคำถามประกอบการยี้กันหลายข้อครับ 1.บ่อขยะแต่ละแห่งของไทยมีขนาดใหญ่เกินไปหรือไม่ และจะใหญ่ขึ้นอีกเพียงใดเมื่อเปิดประชาคมอาเซียน 2.เมื่อขยะมีปริมาณมากขึ้น วิธีการจัดการขยะที่ถูกต้องและยั่งยืน ยังคงเป็นการทิ้งลงบ่อขยะหรือไม่ 3.ใครคือ“ผู้มีหน้าที่” ตัวจริงในการดูแลการจัดการขยะในพื้นที่ชุมชนและบริเวณใกล้เคียง และ 4.มีโอกาสเกิดปัญหาซ้ำรอยเหตุการณ์ครั้งนี้มากน้อยเพียงใด

ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า ในปี 2553 ไทยมีปริมาณขยะมูลฝอยเฉลี่ยทั่วประเทศราว 41,352 ตันต่อวัน ขณะที่รายงานเรื่อง “Toward Sustainable Municipal Organic Waste Management in South Asia” ของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย หรือ เอดีบี ซึ่งเผยแพร่เมื่อปี 2554 คาดการณ์อัตราการเกิดของเสียในเขตเมืองของอาเซียนปี 2568 ว่า เขตเมืองของไทยจะมีปริมาณของเสีย 43,166 ตันต่อวัน

แม้ปริมาณดังกล่าวจะแพ้อินโดนีเซีย ซึ่งน่าจะมี 167,289 ตันต่อวัน และฟิลิปปินส์ 62,115 ตันต่อวัน แต่ตัวเลขการเกิดขยะดังกล่าว ก็ไม่ใช่ตัวเลขที่เราเห็นแล้วสบายใจได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าต้องทิ้งทั้งหมดลงบ่อขยะ

อาเซียนมีคุยกันเรื่องการจัดการขยะอย่างยั่งยืนไว้ในแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน หรือเอเอสซีซี บลูปริ๊นท์ อยู่บ้างครับ เช่น แบ่งปันประสบการณ์ความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยี 3R (Reduce Reuse และ Recycle) ให้แก่เพื่อนร่วมอาเซียน การดำเนินการไปสู่สังคมที่มีก๊าซคาร์บอนต่ำ เมืองเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม พอมาดูการจัดการขยะภาคปฏิบัติ การลดก็ไม่เกิดการใช้ซ้ำก็ขี้เกียจ การนำกลับมาใช้ใหม่ก็เกิดขึ้นเฉพาะในบางโรงงานที่ทุนหนา เมืองที่เป็นมิตร เห็นจะกลายเป็น “เมืองที่เป็นพิษ” เสียมากกว่า

แต่ทั้งนี้ ก็ใช่ว่าอาเซียนจะไม่มีใครทำอะไรเลย ฟิลิปปินส์พยายามใช้กระบวนการจัดการขยะให้เหลือศูนย์ หรือ Zero Waste Management เข้ามาดูแลภาคอุตสาหกรรม มองขยะให้มี “มูลค่าทางเศรษฐกิจ” เช่น การนำขวดพลาสติกกว่า 9,000 ขวด มาสร้างเป็นอาคารเรียนให้แก่เด็กยากไร้ในซานเปาโล ขวดที่ย่อยสลายแสนยาก ก็กลับมามีประโยชน์อีกครั้ง

การลดปริมาณขยะเป็นสิ่งที่ทำได้ครับ และต้องช่วยกันทำทุกภาคส่วน 1.ภาครัฐของอาเซียนต้องเก็บภาษีมลพิษแก่ผู้ผลิตขยะ กระตุ้นให้คนสร้างขยะน้อยลง 2.เอกชนต้องใส่ใจเรื่องการลดและการจัดการขยะทุกขั้นตอน ไม่ปล่อยให้ตัวเองเป็น “ขยะสังคม” นำขยะลักลอบทิ้งลงบ่อขยะแบบที่ผ่านๆ มา เพราะสุดท้ายเมื่อจัดการได้ดี ก็ลดต้นทุนให้ตัวเอง3.ชุมชนต้องคอยสอดส่องดูแล แก้ปัญหาขยะในชุมชน รวมถึงอาจผลักดันสรรหาไอเดียใหม่ๆ ให้ขยะเป็นประโยชน์แบบที่มีมาแล้วในฟิลิปปินส์

หากทำได้ทั้งหมด โอกาสจะมีบ่อขยะใหญ่ๆ ให้เกิดปัญหาใหญ่โตแบบครั้งนี้ ก็จะลดลงอย่างแน่นอนครับ

เพราะขยะที่เคยชวนยี้ ถูกแก้ด้วยการจัดการขยะชวนยิ้มแล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท