posttoday
รัฐธรรมนูญมาตรา 7

รัฐธรรมนูญมาตรา 7

19 มีนาคม 2557

ความขัดแย้งทางการเมืองในตอนนี้ มีทั้งฝ่ายสนับสนุน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีรักษาการ และฝ่ายต่อต้านที่ได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก ฝ่ายที่ต่อต้านได้อ้างถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 7 เพื่อขอให้มีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีพระราชทาน หรือที่เรียกกันว่า “นายกฯ พระราชทาน” เป็นการชั่วคราว เพื่อแก้ไขวิกฤตทางการเมือง มาตรา 7 บัญญัติว่า “ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

ความขัดแย้งทางการเมืองในตอนนี้ มีทั้งฝ่ายสนับสนุน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีรักษาการ และฝ่ายต่อต้านที่ได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก ฝ่ายที่ต่อต้านได้อ้างถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 7 เพื่อขอให้มีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีพระราชทาน หรือที่เรียกกันว่า “นายกฯ พระราชทาน” เป็นการชั่วคราว เพื่อแก้ไขวิกฤตทางการเมือง มาตรา 7 บัญญัติว่า “ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”

มาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 และ 2550 มีบทบัญญัติที่เหมือนกัน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหม่ ทำให้เกิดเป็นประเด็นในการตีความ แต่ละฝ่ายก็ต้องการตีความให้เป็นคุณแก่ฝ่ายตน อันนำมาซึ่งความขัดแย้งทางการเมือง

แม้รัฐธรรมนูญจะเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ แต่เมื่อเวลาผ่านไปความเปลี่ยนแปลงทางสังคมอาจทำให้เกิดสถานการณ์ อันนำมาซึ่งปัญหาใหม่ๆ ที่ในตอนร่างรัฐธรรมนูญไม่มีปรากฏให้เห็น บทบัญญัติของมาตรา 7 จึงใช้เพื่ออุดช่องว่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นก็จำเป็นต้องมีการจัดการ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 4 วรรคสอง มีบทบัญญัติที่คล้ายคลึงกัน คือ “เมื่อไม่มีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีได้ ให้วินิจฉัยคดีนั้นตามจารีตประเพณีแห่งท้องถิ่น ถ้าไม่มีจารีตประเพณีเช่นว่านั้น ให้วินิจฉัยคดีอาศัยเทียบบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง และถ้าบทกฎหมายเช่นนี้ก็ไม่มีด้วย ให้วินิจฉัยตามหลักกฎหมายทั่วไป”

ตามภาษากฎหมายเรียกหลักนี้ว่า “การอุดช่องว่างของกฎหมาย” ช่องว่างของกฎหมายเกิดขึ้นได้ เพราะในขณะที่บัญญัติกฎหมายนั้น ยังไม่มีเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น ตามกฎหมายแพ่งมีหลักว่า ศาลจะปฏิเสธไม่พิจารณาพิพากษาคดี โดยอ้างว่าไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายที่จะนํามาปรับใช้กับคดีไม่ได้ ศาลต้องหากฎหมายมาตัดสินคดีให้ได้ เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับการเยียวยา ก่อนที่จะมี พ.ร.บ.รับขนส่งทางทะเล พ.ศ. 2534 ได้มีคำพิพากษาฎีกาที่ 533/2532 ให้นำกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะรับขนของ มาปรับใช้กับการรับขนของทางทะเล เพราะในขณะที่ศาลวินิจฉัยคดี ประเทศไทยไม่มีกฎหมายและข้อบังคับว่าด้วยการรับขนของทางทะเล และไม่มีประเพณีการขนส่งทางทะเลที่ถือปฏิบัติ

สำหรับทางอาญาจะมีหลักการในทางตรงกันข้าม “ไม่มีกฎหมาย ไม่มีความผิด ย่อมไม่มีโทษ” คือ หากไม่มีกฎหมายนํามาปรับกับคดี ศาลต้องตัดสินยกฟ้องจําเลย

การจะใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 7 ต้องพิจารณาก่อนว่ารัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติในกรณีตามปัญหาหรือไม่?

หากไม่มีก็ต้องพิจารณาตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หมายถึงสิ่งที่ปฏิบัติและเป็นที่ยอมรับสืบต่อกันมาจนเป็นแบบแผนในการปกครองภายใต้หลักการประชาธิปไตย ซึ่งยอมรับพระราชฐานะและพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยยึดหลักความเสมอภาค การเป็นรัฐบาลหรือการปกครองที่เป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน

เช่น กรณียุบสภา รัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติรองรับไว้ว่า คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งให้อยู่รักษาการต่อไป จึงไม่สามารถนำมาตรา 7 มาใช้ได้ แต่ถ้านายกรัฐมนตรีเสียชีวิตหรือลาออกไม่ต้องการรักษาการ ก็มีกฎหมายรองรับว่า รองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งให้รักษาการต่อไป มาตรา 7 จึงนำมาใช้บังคับไม่ได้ เพราะมีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญกำหนดขั้นตอนและกระบวนการอย่างชัดเจนว่า แต่ละบุคคลและองค์กรมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติเช่นไร

ดังนั้น การจะบังคับใช้มาตรา 7 ต้องปรากฏว่าต้องเป็นกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญจะนำมาบังคับใช้

แต่ถ้าคณะรัฐมนตรีที่รักษาการมีเหตุต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ จะด้วยเหตุใดๆ ก็ตามในขณะนี้ ก็จะถึงเวลาที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 7 จะต้องมาบังคับใช้อย่างจริงจังเสียที

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท