
ทองพลิกลงแนะขายทิ้ง
ทองพลิกขาลงรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐแกร่ง หลังจากราคาขึ้น 8 สัปดาห์ แนะตัดขาดทุน
ทองพลิกขาลงรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐแกร่ง หลังจากราคาขึ้น 8 สัปดาห์ แนะตัดขาดทุน
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ตลาดคาดว่าการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) วันที่ 18-19 มี.ค. จะมีการลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ลงอีก 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เหลือ 5.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ฉุดราคาทองในตลาดโลกให้พลิกเป็นขาลง ส่งผลให้สมาคมค้าทองคำเปลี่ยนแปลงราคา 3 ครั้ง เมื่อวันที่ 18 มี.ค. รวมลดลงบาทละ 300 บาท ทองแท่งรับซื้อ 20,700 บาท ขายออก 20,800 บาท อ้างอิงราคาในตลาดเอเชีย 1,364 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ เงินบาท 32.17 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก เปิดเผยว่า ราคาทองคำพลิกเป็นขาลงแล้วหลังจากปรับตัวขึ้นมา 78 สัปดาห์ เพราะกังวลปัญหายูเครน แต่ขณะนี้คาดว่ายังไม่เกิดสงครามเป็นเพียงคำขู่ ทำให้ตลาดวิตกเรื่องคิวอีมากกว่า ส่วนราคาทองจะลดลงมากน้อยเพียงใด รอดูผลการประชุมเฟดภายใน 3 วันนี้
สำหรับราคาทองในประเทศลดลงมากกว่าในตลาดโลก เพราะค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาประมาณ 10 สตางค์ จาก 32.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 17 มี.ค. มาที่ประมาณ 32.20 บาท วันที่ 18 มี.ค.
ทั้งนี้ แนะนำนักลงทุนที่ถือทองคำให้เทขายตัดขาดทุน เนื่องจากราคามีสิทธิลดลงมากกว่านี้อีก นักลงทุนที่ซื้อล่วงหน้าให้ปิดสถานะรอดูทิศทาง นักลงทุนระยะสั้นในโกลด์ฟิวเจอร์สให้ขายทองคำ และนักลงทุนระยะยาวยังไม่ควรรีบซื้อ
นพ.กฤชรัตน์ ให้แนวรับที่ 1,255 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ และแนวต้านที่ 1,270 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์
นายธนรัชต์ พสวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวว่า ราคาทองคำมีแนวโน้มลดลงเพราะการลดคิวอี ดังนั้น ให้นักลงทุนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอย่าเพิ่งตัดสินใจลงทุน
ด้านราคาทองคำในตลาดโลกช่วง 78 สัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้น 140 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือบาทละ 2,400 บาท ขึ้นไปสู่จุดสูงสุดที่ 1,385 เหรียญสหรัฐ หรือบาทละ 21,400 บาท สูงสุดในรอบ 6 เดือน จากนั้นร่วงต่ำกว่าแนวรับ 1,370 เหรียญสหรัฐ
นักวิเคราะห์บริษัท วายแอลจี บูล เลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล ให้ความเห็นว่า ตราบใดที่ราคายังไม่สามารถปรับขึ้นเหนือบริเวณ 1,340 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ได้อย่างแข็งแกร่งนักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขาย แต่ถ้าหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับดังกล่าวได้จะเห็นการดีดตัวขึ้นราคาอีกครั้ง







