
ธปท.ย้ำต้องระวังเงิน‘บิทคอยน์’
พบคนเริ่มสนใจเตือนยังไร้กม.คุมเสี่ยงเก็งกำไรไม่คุ้ม
พบคนเริ่มสนใจเตือนยังไร้กม.คุมเสี่ยงเก็งกำไรไม่คุ้ม
เตือนประชาชนศึกษาข้อมูลก่อนใช้บิทคอยน์ ย้ำไม่มีกฎหมายรองรับ เสี่ยงเจ็บตัวหากถูกหลอก
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศล่าสุดเรื่องการใช้เงินสกุลบิทคอยน์ หรือเงินดิจิตอลเสมือนจริง ว่า ขอให้ประชาชนระมัดระวัง ศึกษาข้อมูล และทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับการถือครองหรือใช้หน่วยข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวก่อน เนื่องจากมีข้อควรระวังหลายด้านด้วยกัน โดยปัจจุบัน คนทั่วไปเริ่มมีการพูดถึงเงินสกุลบิทคอยน์กันมากขึ้น แม้ว่าจะยังไม่มีการร้องเรียนถึงปัญหาการฉ้อโกงเข้ามาก็ตาม
ธปท. ระบุว่า บิทคอยน์และหน่วยข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ไม่ถือเป็นเงินที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายไทย การใช้เพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการจึงอาจถูกปฏิเสธจากร้านค้าได้ ขณะเดียวกัน มูลค่าของบิทคอยน์ยังมีความผันผวนสูงและไม่สัมพันธ์กับสภาพเศรษฐกิจจริง ผู้ถือครองจึงมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงิน จากการที่มูลค่าบิทคอยน์ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ การถือบิทคอยน์ยังเสี่ยง ต่อการถูกลักลอบโจรกรรมข้อมูล เนื่องจากต้องจัดเก็บไว้ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เท่านั้น และสุดท้าย ผู้ใช้จะไม่ได้รับการ คุ้มครอง เนื่องจากไม่ได้เป็นสื่อการชำระเงินตามกฎหมาย และหาพยานหลักฐานยาก ดังนั้น หากมีการหลอกลวงหรือฉ้อโกง หรือกรณีที่เกิดปัญหาในการโอนเงิน จะฟ้องร้องดำเนินคดีก็ทำได้ยาก ต่างจากการโอนเงินผ่านธนาคารพาณิชย์
นางรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษก ธปท. กล่าวว่า การเตือนครั้งนี้มีขึ้นเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา มีเรื่องหลอกลวงเกิดขึ้นในต่างประเทศ เช่น กรณีที่บริษัท เมาท์ ก็อกซ์ ในญี่ปุ่นล้มละลาย ซึ่ง ธปท.จะติดตามดู หากมีการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายก็จะดำเนินการประสานงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ด้าน ฝ่ายนโยบายระบบการชำระเงิน ธปท. กล่าวว่า ธปท.รวมทั้งธนาคารพาณิชย์ในไทยยังไม่เคยได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับใช้บิทคอยน์ หรือหน่วยข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยปัจจุบันยังมีรายงานการใช้ในวงจำกัด เช่น โรงแรม ที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมเข้าพัก แต่เนื่องจากเป็นการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ทั้งคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน ธปท.จึงต้องเตือนให้ระวังไว้ก่อน
ทั้งนี้ เว็บไซต์เกี่ยวกับบิทคอยน์ในไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน โดยมีทั้งเว็บด้านการแลกเปลี่ยนบิทคอยน์ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่สามารถติดต่อทางโทรศัพท์ได้ ขณะที่เว็บไซต์ซึ่งเป็นของคนไทยนั้น มักเป็นลักษณะการซื้อขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการคำนวณโปรแกรมขุดบิทคอยน์







