
ไอทีหนุนรัฐ เปิดเสรีอียูลดต้นทุน
โพสต์ทูเดย์
— ธุรกิจโทรคมนาคม หนุนรัฐเปิดเอฟทีเอกับอียู มั่นใจทำให้ต้นทุนธุรกิจลดลงนายอัครพล ลีลาจินดามัย ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรม การเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน ในการจัดทำข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทยสหภาพยุโรป (อียู) เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับเอกชนกลุ่มโทรคมนาคม มีท่าทีสนับสนุนการเปิดเสรีในสาขาดังกล่าว ตามที่อียูเรียกร้อง เพื่อเน้นเรื่องการปฏิบัติต่อคนต่างชาติเท่ากับคนไทย ในการขอใบอนุญาตและประกอบกิจการในไทย
เอกชนเห็นว่าการเปิดเสรีโทรคมนาคม จะเป็นประโยชน์ต่อไทยในการถ่ายทอดเทคโนโลยี สามารถลดต้นทุนให้กับธุรกิจอื่นๆ เนื่องสาขาโทรคมนาคมเป็นธุรกิจพื้นฐานของการดำเนินธุรกิจในภาพรวม อีกทั้งผู้บริโภคจะได้รับการ บริการที่ดีขึ้นในราคาเหมาะสม จากการแข่งขันของผู้ประกอบการที่เพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนยังมีข้อกังวลด้านความชัดเจนของนโยบายและกฎระเบียบของภาครัฐ โดยเฉพาะการกำกับดูแล การออกใบอนุญาต และการจัดสรรคลื่นความถี่ ซึ่งจะมีการหารือในรายละเอียดประเด็นนี้อีกครั้งเกี่ยวกับเงื่อนไขต่างๆ เช่น มาตรการรองรับ การแก้ไขกฎหมายปัจจุบัน ทั้งใน ส่วน พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ และ พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ที่ยังขาดความชัดเจนในรายละเอียด และการบังคับใช้กฎหมายอย่างแท้จริง อาทิ เรื่องนอมีนีต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในธุรกิจบริการ
” นายอัครพล กล่าว++ขณะที่ การหารือกับผู้ประกอบการสาขาโลจิสติกส์ มีความเห็นว่าการเปิดเสรีจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ (ฮับ) และสนับสนุนการสร้างงานให้บุคลากรด้านโลจิสติกส์ แต่มีความกังวลว่าผู้ประกอบการไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) จะไม่สามารถแข่งขันกับบริษัทขนาดใหญ่ของยุโรปได้ รัฐควรมีมาตรการรองรับในเรื่องนี้ โดยเฉพาะการลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการไทย เช่น การลดภาษี และการลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ณ สนามบินสุวรรณภูมิ การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี รวมทั้งการพิจารณามาตรการดูแลการแข่งขันด้านราคาให้เป็นธรรม เมื่อมีการเปิดเสรีแล้ว
++สำหรับธุรกิจท่องเที่ยว ร้านอาหารไทย และสปา สนับสนุนการเปิดเสรี เพราะสนใจจะเข้าไปดำเนินธุรกิจในประเทศสมาชิกของอียู โดยต้องการให้เจรจาลดข้อจำกัดของการจัดตั้งธุรกิจ อุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายแรงงาน และอนุญาตให้บุคลากรทางวิชาชีพของไทยที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งธุรกิจสามารถเข้าไปประกอบกิจการในอียูได้สะดวก
++นายอัครพล กล่าวว่า การเปิดเสรีภาคบริการของไทยเป็นไปตามกรอบกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน และเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยมีกฎระเบียบและข้อกำหนดการเข้ามาประกอบธุรกิจให้บริการของคนต่างชาติ เช่น ข้อกำหนดเรื่องสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติในการประกอบธุรกิจแต่ละสาขา การประกอบธุรกิจบางประเภทต้องขออนุญาตจากภาครัฐ เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจในประเทศมีความพร้อมก่อนการเปิดเสรีอย่างเต็มที่ การเข้ามาจัดตั้งธุรกิจในประเทศไทยของคนต่างชาติอยู่ภายใต้พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ที่กำหนดเงื่อนไขการเข้ามาลงทุนของต่างชาติ
++นอกจากนี้ สาขาบริการหลายสาขายังมีกฎหมายเฉพาะ หากต้องมีการเจรจาเปิดเสรีภาคบริการจริง คงต้องมีการพิจารณาแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย แต่การพิจารณาเปิดเสรีคงไม่ได้พิจารณาความคุ้มค่าของภาคเอกชนในประเทศสาขานี้เท่านั้น แต่ต้องพิจารณาประโยชน์ที่จะได้รับจากภาคเอกชนอื่นและประชาชนทั่วไปที่จะได้รับประโยชน์อย่างมากจากต้นทุนภาคบริการที่ถูกลง ซึ่งจะต้องนำมาวิเคราะห์ในระดับนโยบายต่อไป







