posttoday
เรียนไม่ตรงตลาด (งาน) บัณฑิตใหม่เตรียมวิจัยฝุ่น

เรียนไม่ตรงตลาด (งาน) บัณฑิตใหม่เตรียมวิจัยฝุ่น

18 มีนาคม 2557

แม้ว่าประเทศไทยจะมีอัตราการว่างงานน้อย แต่ปัจจุบันบัณฑิตจบใหม่ระดับปริญญาตรีในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 มีความเสี่ยงสูงที่จะตกงาน

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

แม้ว่าประเทศไทยจะมีอัตราการว่างงานน้อย แต่ปัจจุบันบัณฑิตจบใหม่ระดับปริญญาตรีในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 มีความเสี่ยงสูงที่จะตกงาน หรืออาจต้องจำใจทำงานในตำแหน่งที่ต่ำกว่าวุฒิ เพราะคุณสมบัติไม่เหมาะสมกับตำแหน่งงานที่หมายตาไว้ เพียงเพื่อทำให้ตัวเองไม่ต้องอยู่ในฐานะคนว่างงาน

ปัญหาข้างต้นเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ โดยหนึ่งในนั้นคือ ค่านิยมเลือกเรียนสายสามัญเพื่อให้ได้วุฒิปริญญา มากกว่าที่จะเลือกเรียนสายอาชีพที่จะได้วุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรืออนุปริญญาตรี ทั้งๆ ที่ตลาดงานในประเทศไทย โดยเฉพาะภาคการผลิตมีความต้องการแรงงานที่มีความรู้เฉพาะทางและมีทักษะพร้อมที่จะเริ่มลงมือทำงานได้ทันที โดยที่องค์กรไม่ต้องเสียเวลามาอบรมทักษะการทำงานกันใหม่ทั้งหมด

ผลสำรวจของธนาคารโลกที่ทำการเก็บข้อมูลของธุรกิจในชาติอาเซียน 7 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย ลาว กัมพูชา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ระบุว่า ธุรกิจในประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมากเป็นอันดับ 1 คิดเป็น 38.8% ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด รองลงมาคือ ประเทศมาเลเซีย 20.2% และประเทศที่ประสบปัญหาน้อยที่สุด คือ อินโดนีเซีย ที่มีเพียง 4.5% เท่านั้น

หากนำข้อมูลของประเทศต่างๆ ในอาเซียนมาคำนวณค่าเฉลี่ย โดยไม่นับประเทศไทยรวมอยู่ด้วย จะพบว่าโดยเฉลี่ยแล้วธุรกิจของประเทศในกลุ่มอาเซียนที่เผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงานที่มีคุณสมบัติเหมาะสม คิดเป็น 12.6% ของธุรกิจทั้งหมดที่มีอยู่ในประเทศ นั่นแสดงว่าความรุนแรงของปัญหานี้ในประเทศไทย สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศอื่นในอาเซียนถึง 3 เท่า และรุนแรงกว่าอินโดนีเซียถึง 8 เท่าทีเดียว

สอดคล้องกับผลวิจัยของ เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่ชี้ให้เห็นว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่มีแผนที่จะไม่รับพนักงานหรือลดปริมาณการรับพนักงานใหม่ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ และปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้นักศึกษาที่จบใหม่ในระดับปริญญาตรี ที่จบการศึกษาในปี 2557 ประมาณ 50% มีแนวโน้มจะตกงาน และหากจะเปิดรับบัณฑิตใหม่ถอดด้าม ก็จะเลือกรับคนที่มีศักยภาพพร้อมทำงานทันทีมากกว่า เพราะไม่ต้องเสียเวลาในการฝึกอบรมมากนัก

“ส่วนแรงงานไร้ฝีมือ ตอนนี้ภาคการผลิตของไทยต้องพึ่งพาแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านมาระยะหนึ่งแล้ว และเมื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ตลาดแรงงานไทยจะถูกตีขนาบทั้งหัวและท้าย ด้านท้ายเราต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าว ส่วนหัวเราอาจจะต้องพึ่งพาคนเก่งจากประเทศอื่นมาช่วย เพราะเราไม่สามารถผลิตคนกลุ่มนี้ออกมาได้เพียงพอกับความต้องการ”

ปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการขององค์กรธุรกิจนี้ หากปล่อยไว้ย่อมส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันและความอยู่รอดของธุรกิจในระยะยาวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ไม่สามารถไปแข่งซื้อตัวคนเก่งกับธุรกิจขนาดใหญ่ให้มาทำงานด้วยได้

เสาวณีย์ สะท้อนภาพให้เห็นว่า ปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีคุณสมบัติสอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจ เป็นปัญหาที่มีทั้งมิติเชิงปริมาณและคุณภาพ การจะแก้ปัญหาให้สำเร็จ เป็นเรื่องใหญ่เกินกำลังของธุรกิจแต่ละรายจะทำได้โดยลำพัง

ดังนั้น ภาครัฐจึงจำเป็นต้องเข้ามามีบทบาทในการชี้นำและปฏิรูป เช่น ส่งเสริมให้มีการเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตลาดแรงงานให้ประชาชนได้รับรู้ เช่น รายได้ของแต่ละอาชีพ อัตราการว่างงานของผู้ที่เรียนจบในระดับการศึกษาต่างๆ อัตราการว่างงานของผู้ที่จบปริญญาตรีแบ่งตามสาขาวิชา ภาวะการขาดแคลนแรงงานในแต่ละสาขาอาชีพว่ามีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด ควบคู่ไปกับการให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มของตลาดแรงงานในอนาคต เพื่อให้ผู้ที่กำลังศึกษาอยู่และผู้ปกครองสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการตัดสินใจว่าจะศึกษาต่อในสาขาใด

ปัญหาเรื่องคนจึงเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความอยู่รอดของธุรกิจ เมื่อธุรกิจในประเทศง่อนแง่น ความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยรวมก็จะถดถอยลง หากวันนี้ยังไม่แก้ไขเพื่อสร้างความพร้อม เชื่อว่าเมื่อเข้าสู่อาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ บัณฑิตยุคใหม่ของไทยอาจต้องทำงานวิจัยฝุ่นกันระยะยาว ขณะที่องค์กรธุรกิจจะอ่อนแอลงเรื่อยๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท