
ผู้ชายทำธุรกิจรุ่งกว่าหญิง
นักลงทุนเลือกทุ่มเงินให้นักธุรกิจชายชี้ดูมีความน่าดึงดูดมีเหตุผลมากกว่า
นักลงทุนเลือกทุ่มเงินให้นักธุรกิจชายชี้ดูมีความน่าดึงดูดมีเหตุผลมากกว่า
ผลวิจัยชี้ นักลงทุนมีแนวโน้มลงทุนกับธุรกิจที่ถูกนำเสนอโดยผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
โรงเรียนธุรกิจฮาร์วาร์ด โรงเรียนบริหารธุรกิจวาร์ตัน และโรงเรียนด้านการจัดการเอ็มไอที สโลน ซึ่งเป็นสถาบันศึกษาทางด้านธุรกิจชื่อดังในสหรัฐ เปิดเผยผลการวิจัย พบว่า บรรดานักลงทุนมีแนวโน้มที่จะลงทุนกับการเสนอความคิดของธุรกิจเกิดใหม่ (สตาร์ทอัพ) ที่มาจากผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
ทั้งนี้ ฟิโอนา เมอร์เรย์ รองคณบดีฝ่ายนวัตกรรมของเอ็มไอที สโลน หนึ่งในนักวิจัยผลงานชิ้นนี้ ระบุว่า สาเหตุที่มีการทำวิจัยชิ้นนี้ขึ้น อันเนื่องมาจากในปัจจุบันมีเพียง 10% ของเงินร่วมลงทุนในธุรกิจของสหรัฐที่เข้าไปหาธุรกิจที่ทำโดยผู้หญิง
การสำรวจนี้ได้ทำผ่านการทดลองกับนักลงทุนมากกว่า 500 คน ที่ได้รับชมคลิปวิดีโอการนำเสนอความคิดธุรกิจจากผู้หญิงและผู้ชาย โดยในการทดลองครั้งแรกผู้เข้าร่วมการทดลองไม่เห็นใบหน้าของผู้นำเสนอและได้ยินแต่เสียงเท่านั้น โดยที่ทั้งสองเพศนำเสนอเนื้อหาเดียวกันทั้งหมด ผลวิจัยเห็นได้ว่านักลงทุนนั้นรู้สึกว่าสตาร์ทอัพนั้นมีมูลค่ามากกว่า คำพูดโน้มน้าวใจได้ดีกว่า และมีเหตุผลมากกว่า เมื่อนำเสนอจากผู้ชาย
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจดังกล่าวยังระบุอีกว่า มากกว่า 68% ของนักลงทุนที่เข้าร่วมการวิจัย ตัดสินใจที่จะร่วมทุนกับสตาร์ทอัพที่ผู้ชายเป็นผู้นำเสนอ ขณะที่น้อยกว่า 32% ของนักลงทุนตัดสินใจลงทุนกับธุรกิจที่นำเสนอจากผู้หญิง โดย เมอร์เรย์ กล่าวว่า เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างทางเพศที่ชัดเจนเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้แล้ว การวิจัยจากโรงเรียนธุรกิจชื่อดังทั้งสามแห่งยังสำรวจเกี่ยวกับผลกระทบของหน้าตาที่เกี่ยวข้องกับการร่วมลงทุน โดยการสำรวจนั้นนักวิจัยให้ผู้เข้าร่วมชมคลิปวิดีโอการนำเสนอความคิดธุรกิจ โดยครั้งนี้เปิดให้เห็นใบหน้าของผู้ประกอบการที่นำเสนอด้วย ผลออกมาพบว่า ผู้ประกอบการชายที่หน้าตาดีมีโอกาสที่จะได้รับเงินร่วมลงทุนมากกว่าผู้ชายที่หน้าตาไม่ดี
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ประกอบการหญิงแล้ว ผลที่ออกมากลับตรงกันข้าม เนื่องจากผู้ประกอบการผู้หญิงที่มีหน้าตาดีนั้นมีโอกาสน้อยกว่าผู้หญิงที่หน้าตาดีน้อยกว่าที่จะได้เงินร่วมลงทุนจากนักลงทุน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผลการวิจัยนี้จะสร้างความรู้สึกผิดหวังให้กับผู้ประกอบการหญิง ทว่ารองคณบดีฝ่ายนวัตกรรมของเอ็มไอที สโลน หนึ่งในคณะวิจัยผลงานนี้ ระบุว่า ผลที่ออกมาอาจเป็นจุดเปลี่ยนให้กับเจ้าของธุรกิจหญิงก็เป็นได้
“สิ่งที่พบก็คือ การมีความลำเอียงของจิตใต้สำนึก จากนั้นเราก็จะสามารถจัดการกับสิ่งเหล่านี้ได้ โดยเราจำเป็นต้องปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้น” เมอร์เรย์ กล่าว







