posttoday
ดอกเบี้ยนโยบายส่งผลต่อราคาตราสารหนี้อย่างไร

ดอกเบี้ยนโยบายส่งผลต่อราคาตราสารหนี้อย่างไร

18 มีนาคม 2557

“ดอกเบี้ยนโยบาย” มักเป็นประเด็นที่ถูกนำมากล่าวถึงอยู่เสมอ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะอยู่ในช่วงซบเซาหรือร้อนแรงก็ตาม โดยล่าสุดคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 4 ต่อ 3 เสียง ให้ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 2.25% เหลือ 2% เมื่อวันพุธที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับความเสี่ยงท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อ ขณะที่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ การดำเนินนโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้น ด้วยการลดดอกเบี้ยน่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะถัดไปได้

“ดอกเบี้ยนโยบาย” มักเป็นประเด็นที่ถูกนำมากล่าวถึงอยู่เสมอ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะอยู่ในช่วงซบเซาหรือร้อนแรงก็ตาม โดยล่าสุดคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 4 ต่อ 3 เสียง ให้ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 2.25% เหลือ 2% เมื่อวันพุธที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับความเสี่ยงท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อ ขณะที่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ การดำเนินนโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้น ด้วยการลดดอกเบี้ยน่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะถัดไปได้

อย่างไรก็ตาม ดอกเบี้ยนโยบายไม่ได้มีผลกับภาวะเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีผลกับราคาและผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้อีกด้วย ซึ่งจะมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไรบ้างนั้น เราลองมาติดตามกันค่ะ

ดอกเบี้ยนโยบาย หรือ Policy Rate คือดอกเบี้ยอ้างอิงของประเทศ และถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำกับดูแลนโยบายการเงิน ซึ่งจะถูกกำหนดขึ้นโดยธนาคารกลางของแต่ละประเทศ สำหรับประเทศไทย คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยจะเป็นผู้พิจารณาถึงความเหมาะสมในการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยนโยบาย โดย กนง.มีกำหนดการประชุมตามวาระปกติปีละ 8 ครั้ง

ทั้งนี้ ดอกเบี้ยนโยบายจะมีอัตราที่แตกต่างกันไปตามสภาพเศรษฐกิจในแต่ละช่วงเวลา โดยปัจจุบัน กนง.กำหนดให้ดอกเบี้ยของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตร 1 วัน (R/P 1 Day) เป็นดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของ R/P 1 Day จะมีผลทำให้ดอกเบี้ยประเภทต่างๆ ในตลาดการเงิน เช่น ดอกเบี้ยเงินฝากและดอกเบี้ยเงินกู้ เปลี่ยนแปลงตามไปด้วยในทิศทางเดียวกัน

เช่นเดียวกับอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ (Yield) ที่จะเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกันกับดอกเบี้ยนโยบาย หรือ R/P 1 Day อยู่เสมอ แต่เนื่องจาก R/P 1 Day คือดอกเบี้ยสำหรับธุรกรรมซื้อคืนระยะสั้น (1 วัน) ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงของ R/P 1 Day จึงส่งผลต่อ Yield ของตราสารหนี้ระยะสั้นมากกว่า Yield ของตราสารหนี้ระยะยาว โดยการลดลงของ R/P 1 Day จะมีผลทำให้ Yield ของตราสารหนี้ปรับตัวลดลง และเนื่องจาก Yield และราคาของตราสารหนี้จะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามกัน ดังนั้นการลดลงของ R/P 1 Day จึงมีผลทำให้ราคาของตราสารหนี้ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง

ดอกเบี้ยนโยบายจะถูกปรับให้สูงขึ้นหรือลดลงขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง โดย กนง.จะใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายด้วยการลด R/P 1 Day เมื่อเห็นว่าเศรษฐกิจจำเป็นต้องได้รับการกระตุ้น หรือในทางตรงกันข้าม กนง.จะใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดด้วยการปรับ R/P ให้สูงขึ้น หากเห็นว่าเศรษฐกิจกำลังเข้าสู่ภาวะร้อนแรงจนต้องมีการควบคุม ดังนั้น ในช่วงก่อนที่จะมีการประชุม กนง.ครั้งล่าสุด (12 มี.ค.) ตัวเลขเศรษฐกิจไทยหลายตัวส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างชัดเจนจนทำให้นักลงทุนคาดว่า กนง.น่าจะต้องลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การคาดการณ์เช่นนี้ทำให้เกิดแรงซื้อเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ เนื่องจากว่าหาก กนง.ลดดอกเบี้ยจะมีผลทำให้ราคาของตราสารหนี้ในอนาคตเพิ่มขึ้น ดังนั้นเมื่อมีแรงซื้อเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้มากขึ้น (Demand มากขึ้น) ขณะที่ปริมาณของตราสารหนี้ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก (Supply เท่าเดิม) จึงมีผลทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้น หรือในอีกความหมายหนึ่งก็คือ แรงซื้อตามการคาดการณ์ถึงทิศทางดอกเบี้ยในอนาคตนั้นมีผลทำให้ Yield ในปัจจุบันปรับตัวลดลงตามไปด้วยนั่นเองค่ะ

จากการติดตามตัวเลขดอกเบี้ยนโยบายของไทยในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา ทำให้ได้ข้อมูลที่น่าสนใจว่าในทุกๆ ครั้งก่อนที่จะมีการประชุม กนง. นักลงทุนในตลาดตราสารหนี้จะมีการคาดการณ์ถึงทิศทางของดอกเบี้ยนโยบายไว้ล่วงหน้าเสมอ และการคาดการณ์ดังกล่าวจะมีผลต่อการเคลื่อนไหวของ Yield ในช่วง 1 เดือนก่อนการประชุม ซึ่งหากนักลงทุนคาดว่า กนง.จะลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จะมีผลทำให้ Yield ของตราสารหนี้ระยะสั้นในช่วง 1 เดือนก่อนการประชุมลดลงประมาณ 0.15% ขณะที่ Yield ของตราสารหนี้ระยะยาวจะลดลงประมาณ 0.10%

การเคลื่อนไหวในลักษณะดังกล่าวถือเป็นประเด็นที่นักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ควรให้ความสนใจ เพราะจะช่วยให้สามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างเหมาะสมในช่วงที่มีการคาดการณ์ถึงทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย และยังช่วยให้ไม่เสียโอกาสที่จะขายเพื่อทำกำไร หรือไม่พลาดการซื้อเพิ่มเพื่อลงทุนในช่วงที่ตลาดมีการปรับตัวด้วยค่ะ

ด้านปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (1014 มี.ค.) มีมูลค่ารวม 453,194 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 90,639 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์

ก่อนหน้าประมาณ 5% ปรับตัวลดลงตลอดทั้งเส้น โดย Yield โดยเฉพาะในตราสารหนี้ระยะสั้นอายุน้อยกว่า 3 ปี ที่ลดลงในช่วงประมาณ 7 ถึง 14 Basis Point

นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิในตราสารหนี้ทุกประเภทรวมกัน 13,862 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นตราสารหนี้ระยะยาว 8,472 ล้านบาท และตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุคงเหลือน้อยกว่า 1 ปี) 5,390 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท