posttoday
หอการค้าชี้การเมืองทุบธุรกิจ1แสนล้าน

หอการค้าชี้การเมืองทุบธุรกิจ1แสนล้าน

18 มีนาคม 2557

หอการค้าประเมินความเสียหายทางธุรกิจจากการเมือง 1 แสนล้านบาท คาดจีดีพีไทยโตได้ 2-3% หากการเมืองจบภายใน 6 เดือน แต่หากรุนแรงอาจติดลบ 2%

หอการค้าประเมินความเสียหายทางธุรกิจจากการเมือง 1 แสนล้านบาท คาดจีดีพีไทยโตได้ 2-3% หากการเมืองจบภายใน 6 เดือน แต่หากรุนแรงอาจติดลบ 2%

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2557 จะสามารถเติบโตได้ประมาณ 2-3% หากสถานการณ์ทางการเมืองไม่รุนแรง และสามารถจบได้ภายใน 6 เดือน รวมทั้งสามารถตั้งรัฐบาลใหม่ได้ภายในไตรมาสที่ 3 แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อและมีความรุนแรงยาวนานกว่า 1 เดือน จีดีพีน่าจะอยู่ที่ประมาณ 0% ถึงติดลบ 2% ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหายทางธุรกิจไปแล้ว 1 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ ด้านการท่องเที่ยวมีแนวโน้มที่จำนวนนักท่องเที่ยวจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ที่คาดว่าน่าจะเพิ่มขึ้น 3% หรือประมาณ 27.5 ล้านคน แต่เฉพาะในเดือนม.ค. จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเพียง 0.06% ซึ่งจะส่งต่อธุรกิจต่อเนื่องต่างๆ เช่นที่พัก โรงแรม ร้านอาหาร สปา เป็นต้น

ขณะที่การส่งออกในปี 2557 น่าจะขยายตัวอยู่ที่ 5% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้น ภาคการผลิตยังคงผลิตได้อย่างต่อเนื่อง โดยจะต้องเน้นให้เกิดการขยายตัวทางด้านการค้าชายแดนและควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนให้มีเสถียรภาพ

ด้านการลงทุน ยังมีปัญหาเรื่องการจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ทำให้มีโครงการที่ค้างรออนุมัติอยู่เป็นจำนวนมากมูลค่ากว่า 5-6 แสนล้านบาท ส่วนนักลงทุนต่างชาติมีการชะลอดูสถานการณ์ในเมืองไทยยังไมีตัดสินใจเขัามาลงทุน และบางส่วนก็ย้ายไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านเลย เช่น ประเทศอินโดนีเซีย และเวียดนาม 

นอกจากนี้ การใช้จ่ายของภาครัฐคาดว่างบปรัมาณปี 2558 จะติดขัดบ้างหากรัฐบาลใหมีจัดตั้งได้ช้าสำหรับการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2557 จะกระทบเฉพาะงบประมาณลงทุนเพียง 30% ที่จะล่าช้า เพราะงบประมาณรายจ่ายประจำยังใช้ได้อยู่ ส่วนความเชื่อมั่นจากต่างประเทศยังอยู่ในระดับที่ดีอยู่ โดยมู้ดดี้ส์ยังประเมินความเชื่อมมั่นของไทยไว้ในระดับเดิม

สำหรับการสำรวจผู้ประกอบการภาคธุรกิจ พบว่ายังคงมีความกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมือง โดยภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมาก ได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยว มีการยกเลิกทัวร์จำนวนมากโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากเอเชีย จีนลดลง 50% ญี่ปุ่นลด 40% เกาหลีลดลง 30% ยอดจองห้องพักลดลง 25-30% ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบปานกลาง ได้แก่ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจการขนส่งสินค้าทางอากาศ ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบน้อย ได้แก่ ธุรกิจขนส่งทางเรือ โดยเฉพาะในส่วนของเรือขนส่งน้ำมันเริ่มได้รับผลกระทบจากปริมาณเที่ยวบินที่ลดลง และธุรกิจที่ไม่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ธุรกิจเครื่องนุ่งห่ม  เพราะเน้นการส่งออกเป็นหลัก และธุรกิจที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม ได้แก่ สินค้าเกษตรและอาหาร เพราะได้รับผลกระมบจากปัญหาการดำเนินนโยบายของรัฐที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล