posttoday
สั่งฟ้องคดีสหกรณ์คลองจั่น

สั่งฟ้องคดีสหกรณ์คลองจั่น

18 มีนาคม 2557

‘ศุภชัย’และพวกข้อหายักยอก1.2หมื่นล้านพิลึกที่ปรึกษากิตติรัตน์รอดหวุดหวิด

‘ศุภชัย’และพวกข้อหายักยอก1.2หมื่นล้านพิลึกที่ปรึกษากิตติรัตน์รอดหวุดหวิด

“ธาริต” เซ็นสั่งฟ้อง“ศุภชัย” กับพวก คดียักยอกเงินสหกรณ์คลองจั่น แต่เว้นอดีตผู้ช่วย รมว.คลัง

นายกิตติก้อง คณาจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคดีฟอกเงินและยาเสพติด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีผู้บริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และพวกร่วมกันยักยอกทรัพย์กว่า 1.2 หมื่นล้านบาท ว่า นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ได้เซ็นคำสั่งฟ้องคดีดังกล่าวแล้วตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. โดยเป็นการสั่งฟ้องผู้ต้องหารวม 4 ราย ประกอบด้วย 1.นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 2.น.ส.ศรันยามานหมัด อดีตรองผู้จัดการฝ่ายการเงิน 3.นายลภัส โสมคำ อดีตกรรมการสหกรณ์ และ 4.นายกฤษฎา มีบุญมาก อดีตหัวหน้าฝ่ายสินเชื่อ

สำหรับผู้ต้องหาอีก 2 ราย คือ นายวัฒน์ชานนท์ นวอิสรารักษ์ ประธานบริษัท รัฐประชา และนายจิรเดช วรเพียรกุล อดีตผู้ช่วย รมว.คลัง (นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง) นายธาริต มีคำสั่งไม่ฟ้อง อ้างว่าพยานหลักฐานยังไม่สามารถรับฟังได้ว่าเกี่ยวข้องกับการยักยอกทรัพย์ นอกจากนี้ จากการสอบสวนอดีตคณะกรรมการบริหารสหกรณ์ไม่ได้ให้การซัดทอดบุคคลทั้งสอง ทำให้พยานหลักฐานไม่เพียงพอในการฟ้องร้องต่ออัยการ ส่วนกรณีตรวจสอบพบว่า มีการนำเงินจำนวนมากที่ยักยอกไปบริจาคให้กับวัดพระธรรมกายนั้น ผลการสอบสวนไม่สามารถเอาผิดได้เพราะบริจาคเป็นสาธารณะกุศล

ขณะที่ นายธาริต กล่าวสั้นๆ เพียงว่า จำไม่ได้ว่ามีประเด็นที่เป็นสาระสำคัญใดบ้าง ไม่สั่งฟ้องนายจิรเดชและนายวัฒน์ชานนท์ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลทั้งสองไปแล้วและเกรงว่าอาจเกิดข้อผิดพลาด

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2556 นายปฏิพันธ์ จันทรภูติอดีตที่ปรึกษาสหกรณ์ ได้นำตัวแทนสมาชิกสหกรณ์เข้าร้องทุกข์กับดีเอสไอ เพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมนายศุภชัยกับพวก เนื่องจากพบการเบิกจ่ายเงินผิดปกติเข้าข่ายขัดกับข้อบังคับของสหกรณ์ระหว่างปี 25522555 โดยเหตุเกิดในช่วงที่นายศุภชัยดำรงตำแหน่งประธานสหกรณ์สมัยที่ 27 ต่อมามีการเข้าไปตรวจสอบเอกสารที่ทำการสหกรณ์พร้อมสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหากับนายศุภชัยและพวก พร้อมอายัดทรัพย์ส่วนหนึ่ง ซึ่งระหว่างที่ถูกดำเนินคดีอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ในฐานะนายทะเบียนสหกรณ์มีคำสั่งปลดคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์พ้นจากตำแหน่ง ทั้งนี้ ดีเอสไอใช้เวลาสอบสวนคดีนานกว่า 7 เดือน จึงมีคำสั่งฟ้องต่ออัยการไปเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม คดีนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งยึดทรัพย์นายศุภชัยและพวกตั้งแต่เดือน ก.ย. 2556 จำนวน 227 ล้านบาท ต่อมามีคำสั่งยึดทรัพย์เพิ่มเติมอีก หลังคณะกรรมการธุรกรรมมีมติเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2557 คือคำสั่งที่ ย. 6/2557 ยึดทรัพย์ 2 รายการ ได้แก่ หุ้นในบริษัท เอ็มโฮม เอสพีวี 2 จำนวน 5 ล้านหุ้น มีนายบรรลือ กองชัย เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์และตั๋วแลกเงินธนาคารทิสโก้ เลขที่บัญชี 573167 มียอดเงินคงเหลือประมาณ 32 ล้านบาท ที่บริษัท เอ็มโฮม เอสพีวี 2 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท