
อยากเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนทำอย่างไร
....สำนักงานกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
สวัสดีค่ะ ท่านกรรมการกองทุนและสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทุกท่าน ในช่วงต้นปีที่ผ่านมามีสมาชิกถามเข้ามามากเกี่ยวกับการเปลี่ยนนโยบายการลงทุน สมาชิกบางท่านรู้สึกว่านโยบายการลงทุนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันให้ผลตอบแทนน้อยเกินไปในภาวะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทะยานขึ้น เนื่องจากนโยบายที่คณะกรรมการกองทุนกำหนด เป็นนโยบายที่เน้นความเสี่ยงต่ำ ซึ่งปีที่ผ่านมากองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ มีผลการดำเนินงานในอัตราค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับกองทุนที่ลงทุนในตราสารทุน
เรื่องนี้ต้องเห็นใจคณะกรรมการกองทุนค่ะ เพราะเมื่อปี 2551 ผลการดำเนินงานของกองทุนที่ลงทุนในตราสารทุนลดลงมาก บางกองทุนถึงขั้นติดลบจนสมาชิกบางท่านกังวลว่าจะกินเงินต้นที่ส่งเข้ากองทุน คณะกรรมการกองทุนก็โดนสมาชิกต่อว่ามาก พอมาในปี 2552 ก็ยังไม่รู้ว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์จะเป็นอย่างไร สำหรับกองทุนที่มีนโยบายเดียว คณะกรรมการกองทุนจึงจำเป็นต้องกำหนดนโยบายที่เน้นการรักษาเงินกองทุนให้ปลอดภัยมากที่สุด สมาชิกกองทุนที่ยังไม่อยู่ในวัยใกล้เกษียณและยังรับความเสี่ยงได้ก็อาจจะรู้สึกอึดอัดจึงอยากเปลี่ยนนโยบายการลงทุน
ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนค่ะว่า นโยบายการลงทุน คือ การกำหนดขอบเขตในการบริหารเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อให้ผู้จัดการกองทุนใช้เป็นกรอบในการบริหารเงินกองทุน โดยปกตินโยบายการลงทุนจะระบุประเภทตราสารและสัดส่วนการลงทุนของตราสารแต่ละประเภทที่กองทุนอนุญาตให้ผู้จัดการกองทุนลงทุนได้
สำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มีนายจ้างรายเดียว (Single Fund) คณะกรรมการกองทุนจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของสมาชิกกองทุนในการกำหนดนโยบายการลงทุนให้เหมาะสม สอดคล้องกับลักษณะ ความต้องการ และความเสี่ยงที่สมาชิกยอมรับได้มากที่สุด และปกติบริษัทจัดการจะส่งนโยบายการลงทุนให้คณะกรรมการกองทุนทบทวนทุกปี ดังนั้น หากต้องการแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนนโยบายการลงทุนให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและความต้องการของสมาชิกส่วนใหญ่ คณะกรรมการกองทุนอาจสอบถามความเห็นจากสมาชิก และแจ้งขอแก้ไขไปยังบริษัทจัดการที่บริหารกองทุน
แต่สำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มีนายจ้างหลายราย (Pooled Fund) ซึ่งบริษัทจัดการจัดตั้งขึ้น นโยบายการลงทุนจะถูกกำหนดจากบริษัทจัดการ นายจ้างสามารถเลือกเข้าร่วม Pooled Fund ที่มีนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับลูกจ้างของตนมากที่สุด ดังนั้น โดยปกตินโยบายการลงทุนจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่บริษัทจัดการจะมี Investment Committee ในการปรับกลยุทธ์การลงทุนเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ภายใต้กรอบของนโยบายการลงทุนตามที่กำหนดไว้
อย่างไรก็ตาม แม้ว่านโยบายการลงทุนจะถูกพิจารณาเพื่อให้เหมาะสมกับสมาชิกกองทุนมากที่สุด และคณะกรรมการกองทุนสามารถขอแก้ไข หรือมี Investment Committee คอยปรับกลยุทธ์ให้เหมาะกับสถานการณ์ แต่เป็นไปได้ยากที่นโยบายการลงทุนเพียงนโยบายเดียวจะถูกใจสมาชิกทุกคนในกองทุน เนื่องจากแต่ละคนมีลักษณะ ความต้องการ จุดมุ่งหมายในการลงทุน และความเสี่ยงที่ยอมรับได้แตกต่างกัน ดังนั้น คณะกรรมการกองทุนจึงควรเปิดโอกาสให้สมาชิกเลือกนโยบายการลงทุนด้วยตนเอง (Employee
’s Choice) ซึ่งสามารถทำได้หลายทางอาทิ เข้าร่วม Master Pooled Fund ที่บริษัทจัดการจัดตั้งขึ้น ซึ่งจะมีหลากหลายนโยบายให้สมาชิกได้เลือก หรือหากเป็น Single Fund ก็สามารถจัดให้มีนโยบายการลงทุนเพิ่มเติมให้สมาชิกเลือกได้ เป็นต้น นโยบายการลงทุนที่ให้สมาชิกเลือกอาจจัดให้มีใน 2 รูปแบบ ได้แก่ (1) นโยบายสำเร็จรูปที่ให้สมาชิกเลือก โดยแต่ละนโยบายอาจผสมสัดส่วนการลงทุนของตราสารแต่ละประเภทแตกต่างกันออกไป เพื่อให้สมาชิกสามารถเลือกนโยบายที่เหมาะกับตนเองได้ เช่น ถ้าสมาชิกสามารถรับความเสี่ยงได้มาก คาดหวังผลตอบแทนสูง ก็อาจเลือกนโยบายที่มีสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนค่อนข้างสูง ซึ่งกองทุนอาจเปิดโอกาสให้สมาชิกเลือกได้มากกว่า 1 นโยบายก็ได้ หรือ (2) นโยบายที่มีลักษณะเป็น Pure Asset ได้แก่ นโยบายตราสารหนี้ นโยบายตราสารทุน สมาชิกสามารถเลือกว่าจะลงในนโยบายใด เป็นสัดส่วนเท่าใด เช่น สมาชิกที่ยอมรับความเสี่ยงได้สูงอาจเลือกลงทุนในนโยบายตราสารหนี้ 40% นโยบายตราสารทุน 60% เป็นต้น นอกจากนั้นสมาชิกยังสามารถปรับเปลี่ยนนโยบายหรือสัดส่วนการลงทุนได้อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตามที่กฎหมายกำหนดด้วยค่ะ
ท่านกรรมการกองทุนและเพื่อนๆ สมาชิกลองเข้าไปอ่านบทสัมภาษณ์กรรมการกองทุน และสมาชิกกองทุนที่เลือกลงทุนด้วยตนเองใน www.thaipvd. com หัวข้อ Employee
’s Choice Corner อาจได้แนวคิดในการจัดให้มี Employee’s Choice หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบนโยบายการลงทุนให้เหมาะสมกับสมาชิกกองทุนของท่าน แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้า สวัสดีค่ะ






