
อาร์เอสแจงขายกล่องบอลโลกแค่แผนการตลาด
อาร์เอสแจง กสทช. ผ่านทวิตเตอร์ เผยยังไม่ได้มีการขายกล่องบอลโลก เป็นเพียงแผนการตลาด ระบุทำธุรกิจคำนึงถึงความถูกต้องและเป็นธรรม ขั้นตอนทุกอย่างอยู่ระหว่างศาลพิจารณาคดี
อาร์เอสแจง กสทช. ผ่านทวิตเตอร์ เผยยังไม่ได้มีการขายกล่องบอลโลก เป็นเพียงแผนการตลาด ระบุทำธุรกิจคำนึงถึงความถูกต้องและเป็นธรรม ขั้นตอนทุกอย่างอยู่ระหว่างศาลพิจารณาคดี
กรณีที่ เมื่อวันที่ 17 มี.ค. สำนักงานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ออกมาชี้ว่า บริษัท อาร์เอส อินเตอร์ฯ ซึ่งได้รับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้าย แต่ไม่ใช่ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ ดังนั้น บริษัทอาร์เอส อินเตอร์ฯ จึงไม่ใช่ผู้ที่อยู่ในบังคับของประกาศ มัสต์ แฮพ (Must Have)
ขณะที่ บริษัท อาร์เอสฯซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ประเภทช่องรายการ (ช่อง 8) และเป็นผู้ที่จะได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล หมวดหมู่ความคมชัดปกติ หากต้องการนำรายการดังกล่าวมาออกอากาศในบริการโทรทัศน์ของตน จะต้องอยู่ภายใต้ประกาศ Must Have คือ ต้องถ่ายทอดสดตลอดการแข่งขัน 64 นัด ออกอากาศผ่านช่องฟรีทีวีเท่านั้น และหากต้องการนำรายการดังกล่าวไปถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์ในรูปแบบอื่น เช่น ดาวเทียมหรือเคเบิ้ล จะต้องได้รับอนุญาตจาก กสท.ก่อนนั้น
เมื่อเวลาประมาณ 22.00. นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส ได้เขียนข้อความชี้แจงเรื่องดังกล่าวผ่านทวิตเตอร์ว่า จากกรณีที่ กสทช. ได้ให้ข่าวว่า อาร์เอสไม่สามารถขายกล่องโดยโฆษณาว่าดูบอลโลกได้มากกว่าฟรีทีวี เพราะละเมิดต่อผู้บริโภคและขัด Must Have นั้น อาร์เอสขอชี้แจงว่าเรายังไม่ได้วางจำหน่ายกล่องดังกล่าว เป็นเพียงการแถลงแผนการตลาดและยังไม่ได้มีการโฆษณาใดๆ และพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงตามที่กสทช.ร้องขอ โดยเราคำนึงถึงความถูกต้องและเป็นธรรมในการทำธุรกิจเสมอมา และพร้อมปฏิบัติตามคำตัดสินของศาลปกครอง โดยขณะนี้ข้อพิพาทระหว่างอาร์เอส กับกสทช.ในเรื่องของประกาศ must have ที่เรามองว่าไม่เป็นธรรมต่อการทำธุรกิจนั้น ยังคงอยู่ในขั้นตอนพิจารณาคดีของศาล หากมีความชัดเจนเรื่องคำพิพากษาออกมาเมื่อใด อาร์เอสก็พร้อมที่จะดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนตามความเหมาะสมค่ะ







